http://www.bunnydelight.com
    
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  ShopingStore  ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน  รู้จักเรา  การสั่งซื้อและการส่ง  พัสดุไม่ถึง ทำอย่างไรดี  รายชื่อโรงพยาบาลสัตว์ และ คลินิก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สมาชิก
บัญชีผู้ใช้
รหัสผ่าน


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 12/09/2008
ปรับปรุง 07/08/2017
สถิติผู้เข้าชม5,327,570
Page Views7,630,105
สินค้าทั้งหมด 149
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
CHAT BOX
เรื่องเล่าชาวกระต่าย
ตอบปัญหาประสากระต่าย
บอร์ดติดตามพัสดุ
ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน
กระทู้ดี มีสาระ
Rabbit For Sale
เด็กน้อยพร้อมย้ายบ้าน
Shoping Store
อาหารกระต่าย
สินค้ามารุคัง
หญ้าสำหรับกระต่าย
วิตามิน ,อาหารเสริมและยาสำหรับกระต่าย
ขนมกระต่าย มากประโยชน์
อุปกรณ์กรูมมิ่งและสินค้าพิเศษ
อุปกรณ์และเครื่องใช้สำหรับกระต่าย
ไม้ลับฟัน ที่ใส่หญ้า ของเล่น
กรง คอก บ้านกระต่าย
อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับพ่อ-แม่กระต่าย
-อื่นๆ
Photo Mug
บทความดีๆเพื่อลูกน้อย โดย "พ่อกระต่าย"
ปทานุกรมกระต่าย ฉบับข้างกรงฯ
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
ตรวจสอบพัสดุEMS

 

การดูแลสุขภาพกระต่าย

การดูแลสุขภาพกระต่าย

การตรวจและดูแลสุขภาพกระต่ายด้วยตัวเอง

     กระต่ายที่ไม่มีพันธุกรรมที่ผิดปกติและไม่โรคติดตัวมาจากฟาร์มที่เรารับเขามา เมื่อมาอยู่ในความดูแลของเราแล้ว หากเขาได้รับอาหารและน้ำอย่างถูกต้อง ได้อยู่ในกรงที่สะอาด มีพื้นที่ออกกำลังอย่างเหมาะสม  ได้รับความรักความเข้าใจอย่างอบอุ่น และได้รับการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องเป็นประจำ ก็สบายใจได้เลยว่า โอกาสที่จะเจ็บไข้ได้ป่วย นั้น แทบจะไม่มีเลย

     ผมได้เขียนเรื่องการกรง,การให้อาหาร และการให้น้ำกระต่ายไปแล้ว บทความนี้ จะขอเล่าสู่กันฟังถึงวิธีการดูแลสุขภาพของกระต่ายที่ ถูกต้อง เหมาะสม และทำได้เอง ให้เพื่อน ๆ พิจารณานำไปใช้กับน้องกระต่ายที่บ้านต่อไป


      การดูแลสุขภาพกระต่ายนั้น ผมจะว่าไปเรื่อย ๆโดยมีกรอบในการนำเสนอประมาณนี้
1. การดูแลสุภาพประจำวัน
2. วิธีการสังเกตอาการผิดปกติ และการตีความความผิดปกติเหล่านั้น
3. การดูแลสุขภาพจากสภาพร่างกายของกระต่ายอย่างละเอียด


     การดูแลสุขภาพประจำวัน(หมายถึงดูแลบ่อย ๆ ถี่ ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้)
คนที่เลี้ยงกระต่ายมาจนคุ้นเคยกันแล้วนั้น  คงจะเห็นด้วยกับผมว่า เรารู้จักเขาดีว่าตัวไหนกินอาหารวันละแค่ไหน ชอบกินอะไรไม่ชอบอะไร อึเม็ดขนาดไหน ฉี่เป็นอย่างไร ซนและดื้อประมาณไหน ครั้นสนิทกันมากเข้า ก็พอจะอ่านใจจากกริยาท่าทางหรือแววตาได้อีก


     ในแต่ละวัน ซึ่งอาจเป็นช่วงเช้าหรือเย็น หรือทั้งเช้าทั้งเย็น ขอให้สังเกตอย่างเป็นระบบ ดังนี้


     ถ้วยอาหาร ที่ใส่หญ้าสดและที่ใส่หญ้าแห้ง มองปราดเดียวก็จะบอกได้ว่า โอ้โฮ วันนี้ซัดซะเกลี้ยงเลยเหรอลูก, วันนี้กินน้อยแฮะ หรือ เอ....ทำไม่วันนี้ไม่ค่อยกินเลยล่ะ?
     ขวดน้ำก็เช่นกัน ถ้าคุณให้น้ำในปริมาณคงที่ เป็นประจำในเวลาเดียวกัน (เช่นให้ทุกเช้า) ปริมาณน้ำที่ลดลงในอีกช่วงหนึ่ง (เช่นในตอนเย็น) จะมีปริมาณใกล้เคียงกันทุกวัน ถ้าการกินน้ำมากขึ้น หรือลดลงอย่างผิดสังเกต ก็น่าจะฉุกใจได้ว่า คงจะมีอะไรผิดปกติแล้ว


อึและฉี่ของกระต่าย  เป็นสิ่งบอกเหตุด้านสุขภาพของกระต่ายได้ดี หมั่นสังเกตทุกเช้า-เย็น

 
 อึ  ให้สังเกตลักษณะก้อนอึ ว่ายังคงกลมโตและแห้งดี หรือมีรูปร่างและขนาดที่ผิดไปมาก ปริมาณของอึมากขึ้นหรือน้อยลง  และให้ดูด้วยว่า อึพวงองุ่นของเขา มีบ้างไหม ลักษณะเป็นอย่างไร มีอึที่มีขนปนออกมาเกาะต่อกันเป็นสายเหมือนสร้อยไข่มุกบ้างหรือไม่

 ฉี่  ฉี่ใสหรือขุ่นข้น ฉี่เปลี่ยนสีเป็นสีแดงหรือเปล่า หรือ...วันนี้ทำไมฉี่น้อยจังล่ะลูก?


การสังเกตอาการโดยทั่วไป

     ทุกครั้งที่เราเดินเข้าไปหาเขาที่กรง ปกติเขาเคยทำท่าอย่างไร วันนี้ปกติดีไหม ท่าที่เขานอน เป็นท่าปกติหรือเปล่า การหายใจล่ะ จมูกกระดิกดีไหม มีเสียงฟืดฟาดหรือเปล่า      ที่ Bunny Delight  เราจะอุ้มเด็ก ๆ ออกจากกรงไม้มาวิ่งที่สนามหน้าห้องทุกเช้า-เย็น ตอนเอื้อมมือเข้าไปแตะตัวเขาก็แทบจะรู้เลยว่า วันนี้มีอะไรแปลก ๆ หรือเปล่า บางตัวที่เคยชะเง้อเวลาเปิดกรง แต่วันนี้ นอนซึม ๆ บางตัวเคยหมอบให้กำขนคอโดยดี วันนี้วิ่งหนี หรือทำท่าไม่พอใจ อย่างนี้ ต้องตีความกันหน่อย

     ตอนที่อุ้มเด็ก ๆ ไว้กับอก โดยใช้มือขวากำขนตรงไหล่ มือซ้ายประคองก้นนั้น เราจะใช้นิ้วมือซ้ายกางออกกดเบา ๆ ที่ท้อง ที่สะโพก เพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ มองที่จมูกและเท้าหน้า ว่าเปียกแฉะหรือแห้งดี ดมทีหูว่ามีกลิ่นแปลก ๆ หรือเปล่า ยกตัวเขาขึ้นมาเอาแก้มของเราแนบหูเขา เพื่อรับสัมผัสดูว่าหูร้อนหรือเย็นผิดปกติหรือเปล่า หงายท้องนิดนึง เพื่อดูว่ามีอึติดก้นหรือเปล่าด้วย ทั้งหมดนี้ ใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที คือแค่อุ้มออกจากกรงแล้วเดินมาที่ประตูห้อง ขบวนการสังเกตอาการนี้ก็จบพอดี

"คุณหมอไชยวัฒน์  มาตรวจสุขภาพให้เด็กๆที่บ้าน  แม่มันยืนล้ำหน้าอยู่ด้วย "

การตีความสิ่งที่ผิดปกติ

     กระต่ายกินอาหารมากขึ้น ผมว่าไม่ผิดปกติอะไร  ถ้าเขาเป็นกระต่ายวัยรุ่นหรือกำลังตั้งท้องยิ่งปกติใหญ่ ถ้ายังอายุไม่ถึง6 เดือน ผมกลับจะเพิ่มอาหารให้เขาด้วยซ้ำไป

     กรณีที่กินน้ำน้อยลง ให้รีบเช็คขวดน้ำทันทีว่า ปิดฝากแน่นเกินหรือไม่ ลูกปืนปิดน้ำที่ปลายท่อ ค้างหรือฝืดหรือเปล่า โดยเอาปลายนิ้วแตะถี่ ๆ เบา ๆ ที่ลูกปืน ถ้าน้ำไหลไม่สะดวก รีบถอดออกมาล้างในทันที กระต่ายที่กินน้ำไม่ได้ จะกินหญ้าแห้งและอาหารเม็ดได้น้อยครับ (คงจะคอแห้งแย่เลย)

      แต่ถึงแม้ว่าขวดน้ำจะทำงานดีเป็นปกติ  ก็ควรที่จะต้องตรวจดูปากและฟัน  เขาอาจแทะซี่ลวดของกรงเล่นจนปากเจ็บ บางทีฟันหัก  ต้องดูว่าอาการมากหรือไม่ ปากอักเสบ (บวมแดง)หรือเปล่า ถ้ามากก็หาหมอจะดีกว่าและถ้าโชคร้ายคุณอาจพบอาการฟันยาว ฟันเก อย่างนี้ก็.....หาหมอเหมือนกันและเตรียมใจที่จะดูแลเขาอย่างพิเศษต่อไป


     การกินอาหารน้อยลง ไม่ใช่สิ่งผิดปกติเสมอไป กระต่ายอาจเกิดอาการ เบื่ออาหารได้บ้าง ซึ่งอาจจะเกิดจากความเครียด (จากอะไรก็ไม่รู้เพราะเราไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา)  แต่มักจะเป็นแค่วันเดียว

      ถ้าปากและฟันปกติ แต่กินอาหารน้อยลง ประกอบกับอึมีขนาดเล็กลงและน้อยลง ติดต่อกัน 2 วัน แถมน้ำก็กินน้อยด้วย ให้คลำท้องดู ว่าป่องและแข็งผิดปกติหรือเปล่า ถ้าใช่ นั่นอาจเป็นอาการท้องอืด ถ้าเป็นผม ผมจะป้อน Gripe Water  ดูอาการ 3-6 ชั่วโมง ถ้าไม่ดีขึ้น จะรีบพาไปหาหมอ แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก ไปหาหมอเลยจะดีกว่า

      และถ้าเขาไม่กินและไม่อึเลย นั่นคือสัญญาณอันตรายระดับสูง ขอให้รีบพาไปหาหมอให้เร็วที่สุด เพราะถ้าเขาไม่กิน-ไม่อึ แค่ไม่กิน 24 ชั่วโมง เขาอาจจากเราไปได้ง่าย ๆ

"อึปกติก้อนกลมๆ  กับอึพวงองุ่น  ยังขาดอึแบบท้องเสียเพราะเด็กๆไม่เคยท้องเสียสักที"


     อึของกระต่ายปกติ จะเป็นเม็ดกลม ค่อนข้างแห้ง ขนาดหล่นออกมาจากก้น รีบเอามาบี้ ยังอาจแตกได้หรืออย่างน้อยก็แผ่ออกเป็นแผ่นแต่ค่อนข้างร่วน และแทบไม่มีกลิ่นเลย  หากเหลว ๆ ประมาณดินน้ำมัน ก็ต้องดูว่าก่อนหน้านี้ เขากินผักหรือหญ้าสดเยอะหรือไม่ ผักสดและหญ้าสดมีน้ำมาก อึอาจจะนิ่มได้ ไม่น่ากลัวนัก

     ที่เป็นสัญญาณอันตรายคือ อึออกมาไม่เป็นก้อนกลม แต่ค่อนข้างเหลวประมาณยาสีฟัน หรือเหลวกว่านั้นและเหลวจนคิดก้นกระต่ายเกรอะกรังแถมมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ กับอึที่ยังเป็นเม็ด แต่ออกมาพร้อมกับมูกเป็นเมือก ขุ่น ๆ ข้น ๆ  อาจมีเศษหญ้าเขียวที่ย่อยไม่หมดปนออกมาด้วย ถ้าอย่างนี้ ให้รีบเก็บตัวอย่างอึใส่ถุงพลาสติกแล้วพาไปหาหมอให้เร็วที่สุด คุณหมออาจไม่สนใจอึตัวอย่างที่เราเอาไปด้วยคืออาจจะเก็บตัวอย่างอึที่สดที่สุดจากก้นกระต่ายแล้วเอาไปส่องดูเชื้อ แล้วให้การรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

     จากการพูดคุยกับคุณหมอ ได้รับความรู้เพิ่มเติมมาว่า การท้องเสียของกระต่าย อาจจะไม่ได้เกิดจากอาหารผิดสำแดงอะไร คือ อาจเกิดจากความเครียดของกระต่ายเอง เมื่อกระต่ายเครียดร่างกายจะขับสารเคมีบางอย่างออกมา ทำให้ภาวะของจุลชีพช่วยย่อยอาหารในกระพุ้งลำไส้ (caecum) ผิดปกติไป ความสมดุลย์ของจุลชีพอันประกอบด้วยแบคทีเรีย โปรโตซัว และยีสต์ ในสำไส้ก็รวน อาจมีโปรโตซัวมากเกินปกติ กระต่ายก็ถ่ายเป็นมูกได้ กินยาเช้าเย็น 5 วันก็หายสนิท แต่ถ้าเกิดจากอาหารสกปรกมีเชื้อบิดหรือเชื้ออีโคไล แบบนี้น่ากลัวครับ 

      เรื่องอึเหลวนี้ กรุณาตั้งสตินิดหนึ่งนะครับ เพราะบางทีกระต่ายที่สมบูรณ์มาก ๆ จะมีอึ ชนิดอึพวงองุ่นออกมามากโดยเฉพาะในเวลากลางคืน อึพวงองุ่นนี้ เหม็นกว่าอึธรรมดามาก และเหลวด้วย ถ้าเขาเหยียบไปมาจนเละ เรามาเจอเข้าตอนเช้าอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอึท้องเสียได้ ให้อุ้มมาดูก้น ประกอบกับดูอาการทั่ว ๆ ไป ถ้าไม่มีอึติดก้น และยังร่าเริงซนเป็นลิงเหมือนเดิมก็ค่อย ๆ ดูต่อไปอีกสักระยะครับ

     อึสร้อยไข่มุก(ดำ) หรืออึก้อนขน จะมีลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ ธรรมดาแต่จะเชื่อมต่อกันเหมือนสร้อยไข่มุก สิ่งที่ทำหน้าที่เป็นสายร้อยก้อนอึก็คือขนกระต่าย สายหนึ่งอาจมีอึ 2 ก้อน 3 ก้อน ที่มากที่สุดที่เคยพบ คือ 6 ก้อน

     คือ....ปกติ เวลาน้องต่ายแต่งตัว เขาจะใช้เล็บเกาตัวให้ขนเรียบแบบเราแปรงผม และใช้ลิ้นเลียขนให้สะอาดสลับกับใช้ฟันกัดแทะขนส่วนที่ติดกันเป็นสังกะตังให้หลุดออก พอหลุดมาติดปากก็กินซะเลย นี่เป็นการกินทางตรง กับขนกระต่ายที่ปลิวไปปลิวมา หล่นลงในชามอาการ คุณเธอก็หม่ำเข้าไป ประการสุดท้ายที่เห็นกับตา คือเกิดการกัดกันงับทีเดียวขนติดปากมาเป็นกระจุกแล้วก็งั่ม ๆๆๆ เข้าพุงไปเลย

     ขนเหล่านี้เมื่อเข้าไปในระบบทางเดินอาหารไม่มีอะไรที่จะย่อยขนได้หรอก (ตอนเรียน ผมเคยเอาศพหนูทดลองมาแช่ในกรดไนตริกซึ่งเป็นกรดที่แรงมาก กรดไนตริกจะกัดทุกอย่างละลายหมดแม้แต่กระดูกก็ยุ่ย แต่ทำอะไรขนหนูไม่ได้เลย) มันก็เลยคงสภาพเป็นขนอยู่อย่างนั้นแล้วก็เดินทางมาตามระบบทางเดินอาหารเพื่อจะหลุดออกมาพร้อมกับอึ แต่ขนมันยาวนี่ครับ มันก็พันตัวเองเป็นเกลียวเชือกและก้อนอึที่ลำไส้ใหญ่ปั้นเป็นก้อนกลมก็งับเอาเส้นขนที่พันกันเป็นเชือกนี้ไว้ เรียงออกมาเป็นสร้อยไข่มุกดำอย่างที่เห็น

      ดังนั้นการเห็นว่ากระต่ายเรา อึออกมาพร้อมเส้นขนเป็นพรวน จึงยังไม่น่าตกใจมาก เพราะขบวนการขับขนออกจากท้องของเขายังทำงานได้อยู่

"อึแบบที่ไม่อยากเห็น คือมีเส้นขนติดออกมาด้วย"


     ภาวะก้อนขน หรือ Hair Ball ที่จะเป็นอันตรายต่อน้องต่าย ไม่ใช่อึมีขนที่เราเห็น แต่เป็นขนที่ไม่ได้ออกมากับอึต่างหาก  ขนที่ไม่ยอมติดออกมากับอึนั้นน่าจะเกิดจากการที่เขากินขนเข้าไปมากในขณะเดียวกันก็กินอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อยไป ปริมาณก้อนอึที่จะขับแล้วลากเส้นขนออกมาจากระบบย่อยอาหารจึงมีน้อยไป ประกอบกับสารเมือกที่ใช้เคลือบเพื่อหล่อลื่นก้อนอึ ให้ไหลตัวได้คล่อง ๆ มันถูกขนซับไว้ ขนจึงตกค้างในระบบย่อยอาหารมากขึ้นเรื่อย ๆ และจับตัวเป็นก้อน จนขวางทางเดินอาหาร ทำให้ระบบการย่อยอาหารต้องหยุดทำงานเหมือนซอยเล็ก ๆ ที่มีสิบล้อไปจอดเสียขวางทางนั่นแหละ

     ก้อนอึที่มีเส้นขนปนนี้ เป็นเรื่องเกือบปกติ คือถ้ามีวันสองวันแล้วก็หมด แปลว่า กระบวนการกำจัดขนออกจากพุงของเขา ทำงานได้ดี แต่ถ้ามีหลายวัน มีมากขึ้นเรื่อย ๆ และอึก้อนเล็กลงๆ อันนี้แย่หน่อย ควรเสริมผลไม้อบแห้งกลุ่มสับปะรดและมะละกอให้ มิใช่เพื่อให้เอ็นไซม์อะไรในมะละกอและสัปปะรดเข้าไปละลายเส้นขนหรอกเพราะอย่างที่บอก น้ำกรดยังทำอะไรเส้นขนไม่ได้เลย  แต่เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้และระบบย่อยอาหารอื่น ๆ ทำงานคล่องตัวขึ้น และตามด้วยยาแก้ก้อนขน ซึ่งก็ไม่ได้แก้อะไรนอกจากจะเป็นสารหล่อลื่นเหมือนจาระบี ที่จะทำให้อึและขนลื่นหลุดออกมาได้ง่าย ๆ เท่านั้น ที่ควบคู่กันไปคือ ลดอาหารเม็ดและเพิ่มหญ้าแห้งและหญ้าขนให้มาก ๆ เข้าไว้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีไฟเบอร์มากพอจะสร้างอึให้เพียงพอได้
     เมื่อการบีบรัดของระบบทางเดินอาหารดีขึ้น มีก้อนอึที่จะนำพาขนออกจากระบบและมีสารหล่อลื่นที่ทำให้อึและขนไหลเลื่อนสะดวกดี ทั้งอึทั้งขนก็ออกมาหมดพุงได้ในเวลาอันสั้น   แต่ถ้าเราสังเกตและจัดการช่วยเขาช้าไป จนขนจับตัวสะสมเป็นก้อนขน แล้ว ก็คงต้องส่งให้คุณหมอ  x-ray ดูและให้การแก้ไขอยู่ในมือคุณหมอละครับ


ฉี่กระต่าย

     ปกติแล้ว ฉี่กระต่ายจะใส สีออกเหลืองหรือเหลืองเข้ม ที่ปกติน้อยลงแต่ยังไม่ถือเป็นสัญญาณอันตราย คือฉี่ขุ่น ๆ สีขาวหรือขาวอมเหลือง อันนี้ เกิดจากการที่เขากินอาหารที่มีโปรดีนและแคลเซียมสูงเกินความต้องการ ร่างกายเขาก็ขับออกมาทางฉี่ เมื่อแห้งจะเป็นคราบตะกรันขาว ๆ หรือเหลืองอ่อน ๆ ติดตามพื้นกรงหรือพื้นห้องน้ำกระต่าย ถ้าพบอย่างนี้ก็ลดอาหารที่โปรดีนและแคลเซียมสูงลงหน่อย อาหารที่ว่าซึ่งมักเป็นสาเหตุของฉี่ขุ่นขาว คือ ต้นถั่วแห้งที่ชื่อ อัลฟัลฟ่า (Alfalfa)  อันนี้ควรลดลง และให้เขากินน้ำให้มาก ๆ สำหรับผมเองไม่รู้จะบอกเขาให้กินน้ำเยอะ ๆ ได้ อย่างไร เลยใช้วิธีลดหญ้าอัลฟาฟ่าและเพิ่มหญ้าขนกับผักให้มากชึ้น ในหญ้าขน และผักสดมีน้ำมากจะช่วยให้ฉี่ใสขึ้น

      ฉี่กระต่ายที่ อาจจะ เป็นสัญญาณอันตรายคือ ฉี่สีแดงเข้ม ที่ว่า อาจจะ เป็นอันตรายก็เพราะ ฉี่สีแดงมีสาเหตุหลัก 2 อบ่าง คือ

      1.แดงเพราะสารสีแดงในอาหาร เช่นแครอท อันนี้ไม่เป็นไร แค่เปลี่ยนอาหารและหาทางให้เขาได้รับน้ำมากขึ้นเสีย สีของฉี่ก็จะหายแดงใน 2-3 วัน

     2.แต่ถ้าฉี่สีแดงเพราะไตทำงานผิดปกติ หรือมีเลือดปนออกมานี่อันตรายแน่ อาการนี้จะทราบได้หากเราพบว่า แม้จะงดอาหารที่มีสีแดงหรือสีส้มลงแล้ว ฉี่ก็ยังแดงอยู่หลายวันติด ๆ กัน ควรพาไปหาหมอพร้อมกับตัวอย่างฉี่ (เก็บโดยใช้หลอดฉีดยาดูดขึ้นมา) เป็นดีที่สุด

ความผิดปกติที่สามารถมองเห็นได้จากประสาทสัมผัสทั่วไป

     กระต่ายที่เคยร่าเริง กลับหงอยและซึมผิดปกติ เป็นสัญญาณให้คุณตรวจอัตราการกินอาหารและน้ำรวมทั้ง อึ-ฉี่ และคลำดูท้อง ถ้ายังไม่พบสิ่งบอกเหตุอันตราย ให้สังเกตอย่างถี่ถ้วนมากขึ้นต่อไปอีก ถ้า 2-3 วันยังซึม ไม่ดีขึ้น ควรไปพาหาหมอ

      แต่ถ้าอาการซึมนั้นมีอาการหมดแรง คอตกขาอ่อนแรง รีบพาไปหาหมอให้เร็วที่สุดครับ เพราะเขาอาจตกใจอย่างรุนแรง อาจโดนแมลงต่อยหรือได้รับสารพิษอะไรจากไหนที่เราไม่รู้เลย

     ถ้าดมดูพบว่าในช่องหูมีกลิ่นเหม็น ๆ  มีขี้หูหนาเตอะ กระต่ายเกาหูเกาตัวมากเกินปกติ เป็นอาการของการมีพยาธิผิวหนัง และ/หรือ ไรในหู  ถ้าพบอาการครั้งแรก ไปหาหมอดีกว่า ให้คุณหมอสั่งยาให้ ส่วนใหญ่คุณหมอจะหยดยาที่หลังตอนบน (บริเวณระหว่างไหล่ 2 ข้าง) การหยดยาครั้งหนึ่งจะคุมพยาธิผิวหนังและพยาธิภายในร่างกายบางขนิดรวมทั้งพยาธิหัวใจได้ประมาณ 1 เดือน ลองคุยกับคุณหมอดูครับ ถ้าคุณหมอท่านเห็นว่าเรามีความรู้ที่จะคำนวณขนาดยาให้เหมาะกับน้ำหนักกระต่ายแต่ละตัวและหยดยาเองเป็น(ตามที่คุณหมอสอน) ท่านอาจจะให้ยาเราเอามาเก็บไว้หยดเองในเดือน ต่อ ๆ ไปก็ได้

      การตรวจดูหูและขนกระต่าย บ่อย ๆ จะช่วยให้เราพบความผิดปกติได้ทันท่วงที เพราะนอกจากจะพบพยาธิผิวหนังและไรแล้ว ถ้าเจอบริเวณใดมีขนร่วงมาก ผิวหนังมีสีผิดปกติ บวมแดง หรือแข็งหนาเป็นปื้น นั่นหมายถึงว่าคุณอาจเจอเชื้อราที่เกาะตามหู ขาและก้นกระต่าย หรือร้าย ๆ อาจเจอโรคเรื้อนทั้งเรื้อนแห้งและเรื้อนเปียก แบบนี้ พาไปหาคุณหมอเลยครับ ระหว่างนั้น ก็ให้คนล้างกรงและของใช้ของน้องต่ายทุกชิ้น รวมทั้งพื้นและผนังห้องที่กระต่ายอยู่ ด้วยน้ำผสมเด็ทตอล ให้สะอาด มิฉะนั้น เชื้อมันคงยังกระจายเต็มห้องเต็มกรงรักษาเท่าไรก็ไม่หายขาด

การตรวจอุณหภูมิร่างกายกระต่าย

     ที่ผมแนะนำข้างต้นว่า ให้อุ้มกระต่ายขึ้นมาเพื่อเอาแก้มเราแนบหูเขา จะให้ความรู้สึกที่ชัดเจนว่า หูกระต่ายร้อนหรือเย็นกว่าที่เคย กระต่ายตัวร้อนแสดงว่ามีไข้หรือมีการอักเสบที่ใดที่หนึ่ง แต่ถ้าเย็น แสดงว่าการเผาผลาญอาหาร (Metabolism) ของเขาลดลง อาการหูเย็นที่ร่วมกับอาการซึม อาจตีความได้ว่า มีอาการเครียดหรือช็อคเล็ก ๆ ขอให้เพิ่มความถี่ถ้วนในการดูแลอาการและอาหาร-น้ำ อึ ฉี่ ให้มากขึ้น

      เรื่องหูร้อนนี่ ให้เช็คก่อนที่เขาจะออกกำลังกายนะครับ ถ้าเขาวิ่งจนเหนื่อยนี่ หูร้อนกว่าเดิมแน่ อาจทำให้คุณเข้าใจผิดได้

คุณเคยสังเกตไหมว่าการหายใจแบบปกติของน้องกระต่ายของเราเป็นอย่างไร

     กระต่ายที่ปกติดี เวลานอนนิ่ง ๆ จมูกจะดุกดิกขึ้นลงถี่ ๆ ตามจังหวะหายใจ ท้องจะกระเพื่อมเป็นกิจกรรมเข้าจังหวะกับการดุกดิกของจมูก ถ้าปล่อยให้วิ่งจนเหนื่อยแล้วจับเข้ากรง เขาจะนอนพิงผนังกรงแล้วหายใจถี่ยิบ และแรงจนกรงสั่นเห็นน้ำในขวดน้ำกระเพื่อมชัดเลย

      กระต่ายที่ระบบการหายใจไม่ปกติ หรือเป้นหวัดจะพบว่ากระต่ายอาจมีการจามดัง ฟิด ๆ  อัตราความเร็วในการหายใจไม่ค่อยคงที่ จมูกที่เคยชื้น นิด ๆ จะเปียกจนเห็นได้ เท้าหน้า ที่เขาเอาเช็ดจมูกเป็นประจำก็เลยพลอยเปื้อนน้ำมูกเปียก ๆ จนขนราบแบนไม่ฟูเหมือนเคย และถ้าเพิ่มความรุนแรงอีกระดับ จะเห็นน้ำมูกใส ๆ หรือข้นเขียว (เหมือนน้ำมูกคน) ออกมาทางรูจมูกด้วย

      กระต่ายเป็นหวัด ถ้าพาไปพบหมอเสียแต่แรก การรักษาก็ไม่ใช่เรื่องน่าวิตก แต่หากทิ้งไว้จนเชื้อแพร่กระจาย อาจตามมาด้วยอาการปอดบวม ซึ่งรักษายากกว่ามาก การรีบพาไปพบคุณหมอจึงเป็นเรื่องที่ควรจะรีบทำครับ

     การจามของกระต่าย อาจไม่ใช่เรื่องระบบทางเดินหายใจบกพร่องเสมอไป น้ำเข้าจมูกจากการที่ต้องตะแคงตัวตะแคงหัวกินน้ำ เพราะขวดน้ำอยู่ต่ำเกินไป /การกินน้ำจากถ้วยแล้วน้ำเข้าจมูก /ฝุ่นและผงจากหญ้าแห้ง สิ่งเหล่านี้และอีกหล่าย ๆ อย่าง ก็ทำให้กระต่ายจามฟิด ๆ ได้ แต่ก็แค่เดี๋ยวเดียว ไม่นานก็หาย ดังนั้น การจะตีความการจามว่าควรพาไปหาหมอหรือไม่จึงต้องตีความร่วมกับสิ่งบอกเหตุอื่น ๆ  ที่เล่ามาข้างต้นด้วยครับ

"การตรวจสุขภาพในช่องปาก ด้วยการมองผ่าน Otoscope แสดงแบบโดยดิออร์ ผู้ให้ความร่วมมือกับคุณหมอรักซึ่งกำลังตรวจสุขภาพและสอน นศ.แพทย์  ข้างๆคือคุณหมอเบญ(สุดหล่ออิ อิ)"

การตรวจและดูแลสุขภาพกระต่าย ประจำเดือน

     คำว่า ประจำเดือน ในที่นี้ มิได้หมายถึงรอบเดือน (Menstruation) อย่างที่สาว ๆ หงุดหงิดรำคาญเวลามาและตกใจจะตายเอา เวลาที่ควรจะมาแล้วไม่มา เพราะกระต่ายไม่มีประจำเดือนเหมือนคนหรือหมาแมว และก็มิได้หมายความเป๊ะ ๆ ว่า ต้องตรวจทุกวันที่เท่านั้นเท่านี้ของเดือน แต่หมายเอาว่า น่าจะตรวจแบบที่จะบอกต่อไปนี้ประมาณเดือนละครั้ง 

     วันไหนที่เพื่อน ๆว่าง ก็อุ้มน้องต่ายมาสำรวจตรวจตรากันให้สนุกปนเหนื่อย ทั้งตัวทั้งใจ ดังต่อไปนี้

      1. ลูบไล้ให้ทั่วตัว ขนกระต่ายที่สุขภาพดีข้องลื่นเป็นมัน ชนิดที่ลูบพักเดียว แล้วเอามือเรามาถูกัน มือเราจะลื่นจนรู้สึกได้ และขนที่ลูบย้อนจะคืนตัวเร็วเป็นทรง

      2. ตรวจดูว่าไม่มีขนส่วนใดของร่างกายที่ลีบแบน หรือหลุดร่วงผิดปกติ ที่ว่าผิดปกติคือ หลุดอยู่กระจุกเดียว กรุณาอย่าสับสนกับการผลัดขน  เพราะกระต่ายมีระยะผลัดขนทุก ๆ ประมาณ 3 เดือน ขนที่ร่วงจากการผลัดขนจะค่อย ๆทยอยร่วงทั้งตัวระหว่างที่ผลัดขน ขนจะไม่สวย ไม่เป็นระเบียบ เพราะมีทั้งขนใหม่ขนเก่าปนกัน แต่ขนยังคงลื่นเป็นมันและผิวหนังยังคงสวย นุ่ม ไม่มีสะเก็ด ไม่มีปื้นแข็ง

      3. เอามือลูบกระดูกสันหลังจากต้นคอลงมาทางหาง กระต่ายที่รูปร่างดี นั้นเราจะรู้สึกได้ว่ากระดูกเป็นแนว ใต้เนื้อนุ่ม ๆ แต่ถ้าลูบไม่ค่อยเจอกระดูก เจอแต่เนื้อหนาบึ้ก แปลว่าเขาอ้วนไปหน่อยแล้ว ในทำนองเดียวกันแต่กลับกัน ถ้าลูบปั๊บ กระดูกครูดมือเลยนี่ ก็ผอมเกิน

      4. กดสะโพกโดยใช่สองมือแตะสองข้างสะโพกกระต่ายแล้วบีบโดยดันมือเข้าหากัน สัมผัสของมือทั้งสองจะต้องเหมือนกันไม่เยื้องไม่บิด

     5. คลำท้อง โดยทำคล้าย ๆ กับที่ทำกับสะโพก แต่ต้องนุ่มนวลและเบามือที่สุดเพื่อหาดูว่ามีก้อนอะไรแข็งผิดปกติหรือไม่ ขั้นตอนนี้กระต่ายจะดิ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรำคาญสุด ๆ หรือจั๊กจี้ ให้ระวังด้วย

      6. ค่อย ๆคุย จ๊ะ ๆ จ๋าๆ ไปเรื่อย ๆ ขณะที่ตรวจดูตาและขอบตา ว่ามีร่องรอยการอักเสบหรือไม่ การอักเสบนี่ จะเห็นชัดว่าเนื้อรอบ ๆ ขอบตาจะเป็นสีชมพูเข้ม ขนก็ไม่มากเท่าที่ควร อาการตาอักเสบ สถานเบาเกิดจากเล็บที่คมเกินไป สถานหนักคือเกิดจากท่อน้ำตาอักเสบหรือตัน
ทั้งสองอาการ พาไปหาหมอจะดี ถ้าอักเสบธรรมดา คุณหมอจะสั่งยาหยอดตา(ของคน)ให้มาหยอด วันละ 3 ครั้ง สองสามวันก็หาย

     แต่ถ้าท่อมน้ำตาตัน อันนี้เป็นเรื่อง คุณหมอต้องทำการล้าง(Flush) ท่อน้ำตาให้ หมอเองก็ไม่อยากทำเราเองก็ทรมานใจ เพราะกระต่ายจะเจ็บและเครียดมาก แต่มันจำเป็นก็ต้องทำ กลับมาแล้วก็ต้องหยอดตา ต้องกินยาแก้ปวดและกันการอักเสบต้องอุ้มต้องโอ๋ไปอีกหลายวัน....เฮ้ออออ เผลอบ่นจนได้

      7. การตรวจเท้าและเล็บ ให้ยกเท้าขึ้นมาดูทีละเท้า แหวกดูร่องระหว่างนิ้วว่ามีร่องรอยของเชื้อราหรือบาดแผลหรือสิ่งสกปรกคาอยู่หรือไม่ และตรวจเล็บว่ายาวและแหลมเกินไปไหม มีเล็บบิ่นเล็บหัก เบี้ยวหรืองอหรือเปล่าถ้าจะเป็นก็ต้องตัดเล็บให้บ้าง แต่ถ้าไม่ชัวร์ก็วานบุคลากรทางการแพทย์เขาทำให้ดีกว่า เพราะถ้าตัดลึกไปอาจได้เลือด สั้นไป ก็ไม่ดี เพราะกระต่ายต้องใช้เล็บในการแต่งตัวตลอดเวลา ขั้นตอนนี้ กระต่ายก็มักจะดิ้นเหมือนกัน ต้องช่วยกันสองคนถึงจะดี

     8. ที่ยากมาก ๆ คือการตรวจฟัน ถ้าจะให้ง่ายขึ้น ก็ต้องจับนอนหงาย น้องต่ายส่วนมากจะดิ้นไม่ยอมนอนหงาย และไม่ยอมให้เปิดปาก ต้องค่อย ๆ ปลอบและโอ๋กันสุด ๆ ทำให้ปากอ้าแล้วก็เอาดินสอที่พันด้วยกระดาษสอดเข้าไปเหมือนเด็กโดนทำโทษให้คาบไม้บรรทัด ได้แล้วก็รีบดูว่า ฟันยาวผิดปกติไหม มีรอบบิ่นรอยหักหรือเปล่า กระต่ายก็มีฟันผุนะ ให้ดูดี ๆ ด้วย พอดูเสร็จ รีบปล่อยแล้วให้สับปะรดหรือมะละกออบแห้งเป็นรางวัล 1 ชิ้น อาการเครียดก็หายเป็นปลิดทิ้ง ฮ่า ฮ่า

     9. ที่ก้น และฝ่าเท้า มักเป็นจุดที่กระต่ายจะเปื้อนเป็นประจำทั้งดิน(จากสนามหญ้า) ทั้งอึและฉี่ที่เปื้อนตามพื้นกรง  ถ้าพบว่าเปื้อนมาก ก็เอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดออกเสียบ้าง (รับรองว่ามีอาการขัดใจดิ้นกระแด่ว ๆ สนุกมาก"- -)

" ปราด้ากำลังบอกว่า .....หนูเปล่าขุดดินนะแม่  "

การชั่งน้ำหนักก็จำเป็นนะ

     ที่ Bunny Delight เราจะชั่งน้ำหนักกระต่าย ทุก 15 วัน ด้วยเครื่องชั่งดิจิตอลที่ชั่งได้ละเอียดถึง 1 กรัม วิธีชั่งคือเอาตะกร้าพลาสติกวางบนเครื่องชั่งแล้วค่อยเปิดสวิตช์ เครื่องชั่งจะ set เลข 0 โดยอัตโนมัติ  อุ้มกระต่ายมาใส่ตะกร้า เอามือป้องตาไม่ให้คิดมาก กระต่ายจะนิ่งอยู่เดี๋ยวหนึ่ง แค่ 2 วินาทีก็อ่านน้ำหนักได้แล้ว

      การชั่งน้ำหนักแล้วเอามาลงในโปรแกรม Excel ทำให้เรารู้อัตราการเพิ่มน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง และกำหนดปริมาณอาหารให้เหมาะสมกระต่ายแต่ละตัว ได้และยังสะดวกเวลาต้องพาไปหาหมอด้วย     ชั่งน้ำหนักเสร็จ ก็เข้าโปรแกรมการตรวจร่างกาย กว่าจะครบทุกตัว เล่นเอาทั้งขำทั้งเหนื่อยจนหอบเลยละ

     ขอเล่าเพิ่มอีกเรื่องหนึ่งก่อนจบบทความนี้ คือ การแปรงขนให้น้องต่าย จัดอยู่ในโปรแกรมการดูแลสุขภาพด้วย แต่ไม่รู้จะกำหนดช่วงเวลาอย่างไรดี เพราะการแปรงขนนี่ ให้ทำได้ทุกวันที่สะดวก

      แต่เดิมเราใช้แปรงชนิดที่ปลายเส้นแปรงมีตุ่มมน ๆ แล้วแปรงแบบลูบ ๆ ตามด้วยการเอาหวีมาหวีเบา ๆ อีกที แต่พอเราพากระต่ายไปตรวจสุขภาพ คุณหมอบอกว่า กระต่ายขนไม่ค่อยสวยทำไมไม่แปรงขนบ้าง? เราก็บอกว่าแปรงแทบทุกวันเลยนะขอรับ

     คุณหมอหัวเราะบอกผู้ช่วยให้เอา Slicker มา เราก็งงว่า สลิกเกอร์นี่มันเป็นไงหว่า ผู้ช่วยหมอส่ง เจ้า Slicker ให้คุณหมอ เราถึงเห็นว่ามันคือแปรงแบบที่เราใช้แปรงขนน้องต่ายนี่แหละ แต่ใหญ่กว่า........และเป็นลวดล้วน ๆ ไม่มีตุ่มพลาสติกที่ปลายลวดเลย หมอ จับน้องต่ายขึงพืด แล้วแปรงดัง ควากๆๆๆๆๆ  ได้เห็นได้ยินแล้วใจจะขาด ขนติดแปรงออกมาทีหนึ่งเป็นกระจุกๆ   ถามหมอว่า น้องต่ายไม่เจ็บแย่เหรอ คุณหมอทำหน้าล้อ ๆ แล้วบอกว่า กระต่ายนี่ขนหนาจะตาย แปรงเข้าไปเถอะไม่ถึงหนังหรอก แปรงเบา ๆ ขนที่หมดอายุมันไม่หลุด ต้องแปรงแรงๆ หนังจะได้รับการกระตุ้นด้วย ขนที่ขึ้นใหม่จะสวยมาก

      เราซื้อเจ้า Slicker จากโรงพยาบาลมาด้วย 1 อัน แต่เพื่อน ๆ คงพอนึกออกนะว่าพอถึงเวลาใช้งานจริง ๆ เราก็แค่แปรงให้หนักมือขึ้นกว่าเดิมหน่อยเดียวเท่านั้นเอง

     บทความนี้ ออกจะยาวเอาเรื่องเพราะคิดไปพิมพ์ไปเรื่อย ๆ สงสัย อ่านกันตาแฉะเลยละสิท่า (คนอ่านแค่ตาแฉะ คนจิ้มดีดนี่สิ นิ้วจะหงิก 5555) ความจริงยังไม่ครบนะ เพราะยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการถ่ายพยาธิเลย ที่ยังไม่เล่า ก็เพราะว่าไม่ตรงกับหัวข้อบทความที่ว่า ต้องทำได้ด้วยตัวเอง เพราะเรื่องนี้ต้องพึ่งหมอเป็นหลัก ก็เลยหาเหตุเป็นข้ออ้างในการอู้ ที่จะยกไปเขียนเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ในลำดับต่อ ๆ ไปครับ

            ดูแลสุขภาพน้องต่ายเป็นประจำสม่ำเสมอนะครับ น้องต่ายจะได้สวยงามน่ารักและอยู่กับเราไปนาน ๆ นอกจากที่ว่ามาทั้งหมดแล้ว กรุณาเพิ่มเติมความรัก,ความใกล้ชิดและความอบอุ่นให้กับเขาด้วย เพื่อสุขภาพจิตที่ดีของน้องต่าย และขอให้มีความสุขทุกท่านครับ

 

 

ลิขสิทธิ์ในบทความย่อมเป็นของผู้เขียนบทความและเจ้าของเว็บไซต์ เป็นผู้รับผิดชอบและทรงสิทธิ์ ตามกฏหมาย 

ผู้ทรงสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำบทความทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ต่อเพื่อการค้า  แต่ยินดีให้นำไปเผยแผ่เพื่อ

การศึกษาและวิทยาทาน  ขอเพียงได้โปรดอ้างอิงถึง Web Site  www.bunnydelight.com ด้วย

     

 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  ShopingStore  ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน  รู้จักเรา
By บันนี่ ดีไลท์ เว็บไซต์ที่พร้อมสรรพ สำหรับคนรักกระต่าย.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view