http://www.bunnydelight.com
    
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  ShopingStore  ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน  รู้จักเรา  การสั่งซื้อและการส่ง  พัสดุไม่ถึง ทำอย่างไรดี  รายชื่อโรงพยาบาลสัตว์ และ คลินิก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สมาชิก
บัญชีผู้ใช้
รหัสผ่าน


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 12/09/2008
ปรับปรุง 07/08/2017
สถิติผู้เข้าชม5,327,552
Page Views7,630,087
สินค้าทั้งหมด 149
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
CHAT BOX
เรื่องเล่าชาวกระต่าย
ตอบปัญหาประสากระต่าย
บอร์ดติดตามพัสดุ
ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน
กระทู้ดี มีสาระ
Rabbit For Sale
เด็กน้อยพร้อมย้ายบ้าน
Shoping Store
อาหารกระต่าย
สินค้ามารุคัง
หญ้าสำหรับกระต่าย
วิตามิน ,อาหารเสริมและยาสำหรับกระต่าย
ขนมกระต่าย มากประโยชน์
อุปกรณ์กรูมมิ่งและสินค้าพิเศษ
อุปกรณ์และเครื่องใช้สำหรับกระต่าย
ไม้ลับฟัน ที่ใส่หญ้า ของเล่น
กรง คอก บ้านกระต่าย
อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับพ่อ-แม่กระต่าย
-อื่นๆ
Photo Mug
บทความดีๆเพื่อลูกน้อย โดย "พ่อกระต่าย"
ปทานุกรมกระต่าย ฉบับข้างกรงฯ
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
ตรวจสอบพัสดุEMS

 

หมอกระต่าย

หมอกระต่าย

หมอกระต่าย


          บทความนี้ จะเป็นการคุยกันถึงเรื่อง หมอกระต่าย ซึ่งเป็น สัตวแพทย์ แต่สัตวแพทย์ส่วนใหญ่ไม่ใช่หมอกระต่าย เหมือนกับดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ แต่ดอกไม้ส่วนใหญ่ไม่ใช่ดอกกุหลาบ แถมหมอกระต่าย ยังเป็น “ดอกกุหลาบ” ชนิดที่หาได้ยากอีกด้วย

          บทความนี้ สืบเนื่องมาจากบทความชุดการดูแลสุขภาพกระต่าย (ด้วยตัวเอง) ที่เมื่อเราสำรวจตรวจตราน้องกระต่ายของเราแล้ว พบอาการหลายอย่างที่ต้องแนะนำว่า “พาไปหาหมอเถอะครับ”

          ว่าแต่ว่า คุณหมอที่ว่านั่น.....เป็นคุณหมอแบบไหนกันล่ะ?

 

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ สัตวแพทย์

          สำหรับคนเรา การรักษาโรคในภาษาอังกฤษน่าจะใช้คำว่า Cure แต่สำหรับการตรวจและรักษาโรคสัตว์ ภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า Vet หมายถึงการรักษาสัตว์

           ในสหรัฐอเมริกาจึงเรียก สัตวแพทย์ว่า Veterinarian ส่วนในยุโรปมักจะเรียก Veterinary surgeon เรียกกันสั้น ๆ ว่า VET.  ในบ้านเราถ้าเป็นบุรุษ ก็จะใช้คำนำหน้าชื่อว่า นายสัตวแพทย์ เขียนย่อ ๆ ว่า น.สพ.  แต่ถ้าเป็นสตรี ก็จะนำหน้าชื่อของคุณหมอว่า  สัตวแพทย์หญิง หรือ สพ.ญ.

           การจะเป็น สัตวแพทย์ ชั้นหนึ่ง ได้  จะต้องเรียนจบสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต  Doctor of Veterinary Medicine; B.V.M.  ซึ่งแต่ละท่านก็เลือกที่จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งจะชัดเจนที่การฝึกงานในปีที่ 6 ของการเรียน เช่นด้านสัตว์ใหญ่(ปศุสัตว์) สาขาด้านสัตว์เล็ก และสาขาด้านสัตว์ป่า โดยมีสัตว์พิเศษเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์ป่า

           สัตวแพทย์ ชั้นสองก็มี คือเป็นผู้ที่มีความรู้ในวิชาชีพการสัตวแพทย์โดยได้รับปริญญาสาขาอื่นที่มิใช่สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต หรือไม่ก็ได้รับประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาที่สัตวแพทยสภารับรอง แต่ต้องผ่านการสอบความรู้ตามข้อบังคับสัตวแพทยสภา และก็ทำการรักษาสัตว์ทั่ว ๆ ไป ได้ แต่ไม่ครอบคลุมเหมือนสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง โดยมีข้อห้ามกระทำการอยู่ 12 อย่าง คือ


 1.การวินิจฉัยโรคโดยใช้กล้องส่องตรวจภายใน
 2.การวินิจฉัยและรักษาโรคด้วยรังสีหรือคลื่นเสียง
 3.การฉีดยาเข้าหลอดโลหิต
 4.การใช้ยาอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยยา
 5.การใช้ยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ
  6.การเจาะโลหิตจากหลอดโลหิต
  7.การผ่าตัดโดยใช้ยาสลบ หรือการฉีดยาเข้าไขสันหลัง
  8.การผ่าตัดภายในบริเวณช่องท้อง ช่องอก ช่องเชิงกราน ตา หรือสมอง ทั้งนี้ไม่รวมถึงการตอนสุกรหรือสัตว์ปีก
  9.การต่อกระดูกโดยวิธีการทางศัลยกรรม
  10.การช่วยคลอดในการคลอดผิดปกติ
  11.การรักษาสัตว์ที่เป็นหมันชั่วคราวด้วยการใช้ยาต่างๆ ฉีดเข้ามดลูกหรือการกระทำการใดๆ ต่อรังไข่
  12.การรีดเก็บน้ำเชื้อเพื่อนำไปใช้ในการผสมเทียม ทั้งนี้ไม่รวมถึงการรีดเก็บน้ำเชื้อจากสัตว์ปีก


          ความจริงก็ไม่อยากลงลึกในรายละเอียดมากขนาดนี้หรอก แต่ก็อย่างที่คนเก่าท่านสอนไว้ว่า รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม หรือใครจะเก็บ “ความรู้ส่วนเกิน” นี้ไว้ใน Folder ที่ตั้งชื่อว่า “รู้ไปก็เท่านั้น” ก็ได้ครับ ไม่ว่ากัน

 

กลับมาเข้าเรื่อง หมอกระต่าย นะครับ

          คุณหมอที่จะชำนาญด้านสัตว์พิเศษนั้นมีน้อย เพราะการจะมีอาชีพรับรักษาสัตว์กลุ่มนี้ มี “ลูกค้า” น้อยกว่า พวกหมา ๆ แมว ๆ ถ้าใจไม่รักจริงก็คงหนีไปหมด แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะมีสัตวแพทย์ที่ “รู้” เรื่องสัตว์ป่าและสัตว์พิเศษเพิ่มขึ้นจากการอบรมพิเศษที่จัดโดยสมาคมสัตว์สวนสัตว์และสัตว์ป่า (ถ้าจำชื่อสมาคมผิดเพี้ยนไปก็ขออภัยด้วย)

           แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าพวกเราเลี้ยงกระต่ายกันยอะ ๆ ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ว่าที่คุณหมอหน้าใส ๆ หลายคนเปลี่ยนใจหันมาเลือกสาขานี้เพิ่มขึ้นก็ได้ เพราะผมเห็นน้องนิสิตสัตวแพทย์หลายคนทำท่า ใจละลายเวลาสบตากับน้องกระต่ายของเรา ปิ๊ง ปิ๊ง  ขนาดน้องว่าที่หมอหนุ่มใสคนหนึ่งถึงกับเปรยกับเพื่อนว่า 


 “เราเลือกสาขาสัตว์พิเศษดีกว่านิ เป็น หมอกระต่าย ฟังดูดีกว่า หมอหมา ตั้งเยอะ” 
 กระนั้นก็ยังไม่วายโดนเพื่อนสาวแซวว่า
“แต่ชั้นสงสัยว่าใคร ๆ เขาจะเรียกเธอว่า หมองู มากกว่าว่ะ”

 

กระต่ายของเราเป็น “สัตว์(เลี้ยง)พิเศษ” นะ จะบอกให้


          คำว่าสัตว์พิเศษ (Exotic Animal) ในความหมายของการสัตวแพทย์นั้น หมายถึงสัตว์อื่น ๆ ที่มิใช่สัตว์เลี้ยงทั่วไป หรือปศุสัตว์ ดังนั้น คุณหมอที่เชียวชาญด้าน Exotic Animal จึงเน้นหนักไปทางสัตว์ป่า และถ้าเป็นสัตว์เลี้ยง ก็จะเป็นสัตว์เลี้ยงตามความหมายพื้นฐานของคำว่า Exotic คือประหลาด หรือพิลึกกึกกือ เข่นอีกัวน่า งู ตุ๊กแก เต่า เม่นแคระ ฯลฯ และสัตว์เลี้ยงบางอย่างที่ไม่ประหลาดแต่สัตวแพทย์สาขาอื่นเขาไม่เชี่ยวชาญ เช่น นก ไก่ ปลา เป็นต้น

          พวกเรา ต้องทำใจว่า กระต่ายอันแสนน่ารัก ของเรานั้น จัดอยู่ในกลุ่ม Exotic Animal กับเขาด้วย ดังนั้นนอกจากคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์เล็กธรรมดาทั่วไป (หมา-แมว) จะไม่คุ้นกับกระต่ายแล้ว แม้คุณหมอหลายท่านที่จับงานมาทางด้าน Exotic Animal ก็มิใช่ว่าจะเก่งเรื่องกระต่าย หลายท่านอาจเก่งด้าน รักษาลิง บ่าง ช้าง งู แต่พอถามโน่นถามนี่เรื่องกระต่าย คุณหมอก็ส่ายหน้าเหมือนกัน

หา หมอกระต่ายตัวจริงของคุณ ให้พบ

          ตอนเริ่มเลี้ยงกระต่าย ผมเจอปัญหาแรกคือเรื่อง ไรในหู วิ่งไปปรึกษาสัตวแพทย์ใกล้บ้าน แต่คุณหมอไม่ถนัดด้าน exotic และบอกตรง ๆ ว่า

“ผมพอจะรู้ว่าควรจะให้ยาอะไร แต่กระต่ายนี่ผมไม่ถนัดเลยครับ คำนวณขนาดยาไม่แม่น ให้ยาไปเกรงว่าจะพลาด คุณน่าจะไปหาหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะดีกว่าครับ”

          ผมตระเวนหาอยู่พักหนึ่งก็พบคุณหมอไชยวัฒน์  ซึ่งแม้ว่าจะมิใช่หมอที่ชำนาญด้านสัตว์พิเศษ แต่ก็มีประสบการณ์ในการดูแลรักษากระต่ายมาไม่น้อย อีกทั้งยังพยายามหาความรู้จากการอบรมต่าง ๆ ด้านนี้อยู่เสมอ หลังจากที่ดูแลเรื่องการควบคุมพยาธิผิวหนังกันอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดคุณหมอก็แนะนำว่า ท่านพอช่วยได้ในกรณีทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ถ้ากระต่ายป่วยขึ้นมา ท่านแนะนำให้เราไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยเกษตรจะดีกว่า อย่างไรก็ตามท่านก็ยังให้ความกรุณามาดูแลให้เสมอ ๆ

          ตอนนั้น ผมหงุดหงิด คุณหมอคนแรกที่เอ่ยถึงอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ ผมขอบคุณท่านอยู่ในใจ อะไรจะยิ่งใหญ่ไปกว่า การยอมรับความไม่รู้ของตัวเอง ล่ะครับ

          ผมยิ่งรู้สึกขอบคุณคุณหมอท่านที่เอ่ยถึงข้างบนนั้น หลังจากการที่ได้อ่านประสบการณ์ที่เจ็บปวดของเพื่อน ๆ น้อง ๆ หลายคน ใน หลาย ๆ Website ที่เกี่ยวกับกระต่าย ซึ่งเมื่อสรุปความแล้ว เพื่อน ๆ และน้องๆ เหล่านั้น เอาเรื่องราวของกระต่ายของตนที่ป่วย มา โพสถามความเห็น และใคร ๆ ก็พากันแนะนำให้พาไป “หาหมอ”  แต่ครั้นไป หา “หมอ” แล้วกลับมา ไม่กี่วัน ก็มาตั้งกระทู้ใหม่ ว่า "น้องกระต่ายจากไปแล้ว......"

           สืบสาวราวเรื่องก็พบว่า หมอที่ไปพบมาไม่ใช่หมอด้านสัตว์พิเศษ  หรือกรณีหนึ่งที่กระต่ายท้องเสีย แต่คุณหมอแนะนำให้กินผักและอาหารเดิมต่อไป และอีกสองวันต่อมา กระต่ายก็ตาย หรือกรณีที่มีคุณหมอบางท่านที่พยายามจะล็อกกระต่ายและทำทุกอย่างที่จะให้กระต่ายอ้าปากเพื่อป้อนยา จนกระต่ายเครียดตายคามือ

          ผมขออภัยที่จะต้องกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ทุกครั้งที่อ่านเรื่องแบบนี้ ผมไม่สบายใจ คิดว่าพวกเราทุกคนที่รักกระต่ายเอามาก ๆ เมื่อต้องรับรู้เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดแบบนี้ ก็คงไม่ชอบใจเช่นกัน

          ความไม่สบายใจเหล่านั้น เป็นด้านหนึ่งของเหรียญ ซึ่งอีกด้านหนึ่ง เราก็อ่านพบบ่อย ๆ ว่า พากระต่ายไปหาคุณหมอแล้วชื่นอกชื่นใจกลับมา  คุณหมอที่เก่งและน่ารักซึ่งเพื่อน ๆ ที่ชื่นใจจนต้องเอามาเล่าสู่กันฟัง ก็มีหลายท่าน อ่านไปอ่านมาก็รู้สึกราวกับว่าพลอยรู้จักและชื่นชมคุณหมอเหล่านั้นไปด้วย ทั้งที่ไม่เคยพบปะกันเลย

          สำหรับพวกเราชาวกระต่ายแล้ว การที่ได้รู้จักกับ สัตวแพทย์ ที่เป็น “หมอกระต่ายตัวจริง”  สักท่านหนึ่ง จึงนับได้ว่าเป็นโชคอันวิเศษ

          ผมขอแนะนำอย่างจริงจัง ว่า  ผองเราชาวกระต่าย ยิ่งมีมากตัวยิ่งควรจะต้องหาโรงพยาบาลหรือคลินิกกระต่าย ที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดให้พบ  จากนั้นก็โทรไปคุยกับสถานพยาบาลนั้น ๆ ว่าจะมีหมอกระต่ายท่านใด มาเข้าเวรในวันใด จากนั้นก็หาจังหวะเหมาะๆ โทร ไปนัดหมายกัน

          การที่จะหา หมอกระต่ายให้พบได้โดยง่ายนั้น นอกจาก จะหาอ่านเอาตาม Website ต่าง ๆ ที่มีชาวกระต่ายเข้าไปเสวนากันมาก ๆ แล้ว Website หนึ่งที่ขอแนะนำคือ

http://www.epofclinic.com


           ซึ่งเป็น  Website ที่เกี่ยวกับสัตว์พิศษที่ดำเนินการดยกลุ่มคุณหมอ และมี Link ไปยังโรงพยาบาลสัตว์ทั้งของรัฐและเอกชนหลายแห่ง และถ้าจะเจาะจงเข้าไปที่ Web board ที่เกี่ยวกับกระต่าย ก็เจาะตรงเข้าตรงนี้เลย


http://www.epofclinic.com/boardlist.asp?txtcat_id=13

อย่ารอจนกระต่ายป่วย แล้วค่อยพบหน้าหมอ

          เมื่อคุณเลือก หมอกระต่าย ที่คุณ คิดว่าน่าจะ พึ่งพาในยามจำเป็นได้แล้ว ในชั้นต้น ผมขอแนะนำให้คุณ เพิ่มความมั่นใจอีกนิด ด้วยการพาน้องกระต่ายไป ตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิ และอื่น ๆ ที่นั่น นอกจากน้องต่ายจะได้รับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นและคุณจะได้คำแนะนำที่ดีแล้ว คุณยังจะได้พบปะกับคุณหมอท่านนั้น ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และทางคุณหมอก็จะได้มี ประวัติ ของน้องต่าย ไว้ในทะเบียนด้วย ซึ่งจะสะดวกมากในยามที่พาน้องต่ายไปหาหมอเวลาที่ป่วย
 
          หากการพากระต่าย ไปหาหมอครั้งแรก เป็นการพาไปในสภาพป่วย โดยที่คุณกับคุณหมอไม่คุ้นเคยกันเลยนั้น ทั้งเครียดทั้งกังวล นะครับ จะบอกให้

          และถ้า....ถ้านะครับ ...ถ้าคุณรู้สึกไม่ประทับใจคุณหมอท่านนั้น คุณก็จะได้หา คุณหมอใหม่ ที่ถูกใจกว่าต่อไป

          หมอกระต่ายที่ผ่าน Case หรือรักษากระต่าย มามาก ๆ มีประสบการณ์เยอะ สถานพยาบาลนั้น มีเครื่องมือดี ๆ คุณหมอมีอัธยาศัยน่ารัก และเป็นคุณหมอที่ รักกระต่ายเหมือนเรา เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ใครที่หาคุณหมอประจำตัวให้น้องต่ายได้ใกล้อุดมคตินี้ที่สุด ก็นับว่าสุดยอดละครับ

          ปกติ คุณหมอที่เก่งและดี มักไม่ค่อยว่าง แต่การที่เราจะขอเบอร์โทรคุณหมอไว้ เพื่อจะขอคำแนะนำในยามจำเป็น ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ ซึ่งถ้าไม่ใช่เรื่องหนักหนา เราก็ไม่ควรกวนคุณหมอ คนเราต่อให้ดีแสนดี ถ้าถูกกวนในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องบ่อย ๆก็รำคาญได้เหมือนกัน

          การจะปรึกษาหารือกับคุณหมอในยามที่เผชิญปัญหา ต้องตั้งสติ ในการที่จะ บอกคุณหมอว่า กระต่ายเราสายพันธุ์ใด เพศอะไร อายุเท่าไหร่ น้ำหนักเท่าใด เล่าอาการ เล่าเหตุการณ์ และสิ่งผิดปกติให้หมอฟัง ช้า ๆ ชัด ๆ เว้นช่วงให้หมอถามกลับบ้าง อย่าพรั่งพรูคำถามหรือแสดงความกังวลจนจับความไม่ได้  ถ้าไม่แน่ใจว่าจะทำได้ วิธีตั้งสติที่ดีอย่างหนึ่ง คือ เขียน สิ่งที่เราต้องบอกและจะคุยกับหมอ ลงในกระดาษ การทำอย่างนี้เราจะสงบลงและควบคุมประเด็นในการหารือกับคุณหมอได้ดี

ตัวอย่างการสนทนากับคุณหมอ

“สวัสดีครับ คุณหมอ..... ใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ...ผมหมอ...... มีอะไรหรือครับ”
“ขอหารือเรื่องกระต่ายป่วยครับ คุณหมอมีเวลาสัก 5 นาที ไหมครับ”
“อืมมมม....เอ้อ....โอเค ครับ กระต่ายเป็นอะไรหรือ”
“น้องเอสเต้ครับ...ที่คุณหมอเคยถ่ายพยาธิให้ (ตรงนี้อย่าหวังว่าหมอจะจำกระต่ายของเราได้ แต่ถ้าจำได้ก็เป็นบุญ) ฮอลแลนด์ลอป ตัวเมีย อายุ 8 เดือน ตอนนี้หนัก 1,600 กรัม... ” (เว้นวรรค)
“ครับ ๆ น้องเต้เป็นอะไรครับ”
“น้องเต้กินอาหารน้อยลงมาก หญ้าก็ไม่กิน น้ำก็กินน้อยกว่าปกติมาก เอาแต่นอนซึม ๆ”  (เว้นวรรค)
“แล้วอึล่ะครับ ปกติดีไหม”
“ไม่ทราบว่าจะอุปาทานหรือเปล่านะครับ ผมว่าเขาอึน้อยลง และเม็ดเล็กลงด้วยแต่ไม่เหลวนะครับ”
“เป็นมากี่วันแล้วครับ”
“น่าจะ 2 วันครับ เมื่อวานดูซึม ๆ นิดหน่อย แต่วันนี้ชัดเลยครับ”
“การหายใจล่ะ จมูกดุกดิกเป็นปกติไหม”
“น่าจะปกตินะครับ เป็นจังหวะดี ไม่มีจาม ไม่มีน้ำมูก”
“ท้องอืดมั้ง”
“คงไม่นะครับ ผมคลำท้องดูแล้ว ไม่ป่องไม่แข็งเลย....ปกติดีครับ”
“เอ.....แล้วก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์อะไรที่ผิดปกติหรือเปล่า”
“อ้อ....ลืมเล่าไปครับ ผมให้ตัวผู้ทับน้องเต้เมื่อ 4 วันก่อนครับ”
“เสียงหมอหัวเราะ..... ทับครั้งแรกหรือเปล่า”
“ใช่ครับ”
“งั้น ในร่างกายเขาอาจมีการเปลี่ยนแปลงแบบที่เขาไม่เคยชิน น้องเต้ก็อาจ เครียดนิดหน่อย ลองแหย่ ๆ ให้เขาวิ่งดูหน่อยนะครับ ว่าขาอ่อนแรง คอตกหรือเปล่า ถ้าไม่เป็น ก็รอดูอาการอีกพักหนี่ง ถ้าไม่เข้าท่า รีบพามาพบหมอนะครับ”
“ครับ ๆ ขอบคุณคุณหมอ มากครับ....เอ้อ...คุณหมอชอบทานวุ้นเส้นไหมครับ”
“วุ้นเส้นเหรอ ชอบสิ ทำไมเหรอ”
“เจอกันคราวหน้าจะเอาไปฝากคุณหมอสักครึ่งกิโล วุ้นเส้นท่าเรือเมืองกาญจน์ อร่อย เส้นเหนียวดีนะครับ”
“ไม่ต้อง ๆ (หัวเราะ)”
“ขอบคุณคุณหมอมากครับ สวัสดีครับ”
“ครับ ๆ สวัสดีครับ.”

           จากตัวอย่าง ลองถามตัวเองดูว่าถ้าเป็นคุณในยามที่ตกใจเพราะน้องกระต่ายป่วย คุณจะโต้ตอบกับคุณหมอได้ครบถ้วนแบบนี้ไหม นี่แหละ ที่ผมขอให้ “ตั้งสติ” รวบรวมอาการและเหตุการณ์ ก่อนจะคุยหรือไปหาคุณหมอ อย่าลืมว่า เราเท่านั้นที่ใกล้ชิดน้องต่าย ถ้าข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือบกพร่องผิดพลาด การวินิจฉัยโรคก็อาจพลาดตามไปด้วย

เรา ก็อาจเป็น “ผู้ช่วยแพทย์” ที่ดีได้

          ถึงคุณและผมจะไม่ใช่บุคลากรทางด้านสัตวแพทย์ ไม่ได้เรียนอะไรมาเลยในสาขาที่เกี่ยวข้อง แม้แค่ว่าอยากจะไปสมัครเป็นสัตวบาล ก็ยังไม่มีกระดาษรับรอง ก็อย่าท้อถอย  เราไม่มีความรู้ แต่เราเปี่ยมด้วยความรัก เราไม่มีความรู้แต่เราน่าจะมีความไฝ่รู้ที่ไม่จำกัด และโชคดีที่โลกไซเบอร์ เป็นโลกที่ค้นหาข้อมูลได้ง่าย เมื่อนำมาผนวกกับประสบการณ์ตรง ผสานกับการแลกแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในหลาย ๆ กลุ่ม  ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนก็สามารถที่จะรู้จักกระต่ายของเราอย่างลึกซึ้ง มีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองในระดับหนึ่ง ยามที่ต้องพาน้องน้อย ๆ ไปพบหมอกระต่ายจะได้พูดคุยกับคุณหมอได้อย่างสบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย

          ที่ว่าสบายใจ คือคุณหมอแนะนำอะไร เราก็ตามทันว่าเพราะอะไร การคำนวนปริมาณยาตามน้ำหนักกระต่ายก็ทำเป็น วิธีการป้อนยาก็ทำเองได้ คุณหมอบอกให้เราดูแลกระต่ายแบบไหนในช่วงป่วย เราก็ทำตามได้อย่างมีวินัยไม่ใจอ่อนกับ “สายตากดดัน” ของน้องต่าย  ยาแบบไหนต้องเก็บในตู้เย็น ฯลฯ

          คุณหมอก็สบายใจที่เรามองกระต่ายว่าเป็นกระต่ายไม่ใช่แมว ไม่ใช่หมา หรือคนตัวเล็ก ๆ หูยาว ๆ ถ้าคุณเป็นหมอ คุณคงขำปนฉิวที่มีคนมาถามว่า น้องต่ายกินกูลิโกะได้หรือเปล่า ทำอย่างไรจะให้น้องต่ายเชื่อฟัง ไม่ดื้อไม่ซนเรียกก็มาไล่ก็ไป อุ้มได้ไม่ดิ้น และเดินตามเราต้อย ๆ ดีไม่ดีอาจได้รับคำตอบให้เปลี่ยนไปเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแทน

          เมื่อเราสั่งสมความรู้มาพอควรและเข้ากับคุณหมอได้ดี คุณหมอก็มองออกว่าเราพอจะมีความรู้บ้าง การรักษาโรคก็ง่ายขึ้น เพราะคุณหมออาจจะสั่งยามาให้เราป้อนและดูแลกระต่ายเอง การดูแลสุขภาพบางอย่าง เช่นการหยดยากำจัดพยาธิ การให้กระต่ายกินยาถ่ายพยาธิ นี่ คุณหมอก็จะจ่ายยามาให้จำนวนมากพอที่เราจะใช้กับกระต่ายทุกตัวได้ 3-4 เดือน  ซึ่งคุณหมอก็ลดภาระลงได้มาก เราเองก็ประหยัดและสะดวก เพราะการหอบหิ้วกระต่ายหลาย ๆ ตัวไปหาคุณหมอทุก ๆ เดือนนั้น ไม่ใช่เรื่องสนุกทั้งเราทั้งกระต่าย

เรื่องที่ควรระวัง หากพาน้องต่ายไปหาหมอ

           ในโรงพยาบาลหรือคลินิกสำหรับสัตว์ป่วยนั้น จะมีสัตว์หลายอย่างรอรับการรักษาหรือตรวจสุขภาพ ที่มากที่สุดเห็นจะเป็นหมา หมานี่จมูกไวนะครับ พอได้กลิ่นกระต่าย บางตัว กระชากสายจูงหลุดพรวดมาเลย  น้องต่ายที่กำลังเครียดจากการป่วยและหงุดหงิดที่ต้องถูกจับใส่ตะกร้าเล็ก ๆ พอเจอหมาวิ่งเข้าใส่แถมเห่าลั่น ดีไม่ดีจะช็อค เรื่องนี้ก็ต้องระวังด้วย

ส่งท้าย

          กระต่ายที่ Bunny Delight  ใช้บริการจากโรงพยาบาลสัตว์กำแพงแสนเป็นหลัก คุณหมอเบ็น (น.สพ. เบญจพล) และคุณหมอรัก (น.สพ. พรชัย) น่ารักมาก แทบทุกครั้งที่เราพากระต่ายไป คุณหมอจะพานิสิตแพทย์กลุ่มใหญ่ มาดูการตรวจและการรักษาด้วย บางที คุณหมอท่านก็ขอให้เราช่วยบรรยายสด ในบางเรื่องบางราวเกี่ยวกับสายพันธุ์,การเลี้ยงและการดูแลกระต่าย ให้น้อง ๆ นิสิตแพทย์ฟังด้วย เลยครึกครื้นกันใหญ่ทั้งคุณหมอ ทั้งว่าที่หมอและพ่อกระต่าย

คุณหมอเบ็ญจพล กับการพบปะครั้งแรกกับน้องดิออร์... "ยัยอ้อ" เลยโดนตัดเล็บซะ 5555

          ไม่มีใครที่อยากไปหาหมอ (นอกจากจะไปจีบหมอหรือไปให้หมอจีบ-อันนี้ผมไม่เกี่ยว)  กระต่ายก็เหมือนกัน หากเราดูแลกระต่ายอย่างดี ป้องกันและกำจัดสาเหตุแห่งโรคภัยได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โอกาสที่เรากับหมอจะต้องพบกันก็จะน้อยลงเอง

          หวังใจให้เพื่อนทุกคน พบกับหมอกระต่ายที่เก่ง(เรื่องกระต่าย)  ดีและน่ารัก แม้จะแพงนิดแพงหน่อยก็ยอมเถอะ ความสุขของน้องกระต่ายและความสบายใจของเรา เป็นสิ่งที่ประเมินราคาไม่ได้นี่นา จริงไหม?

 

ขอให้มีความสุขทุกท่านนะครับ
ด้วยความปรารถนาดียิ่งจาก “พ่อกระต่าย ณ Bunny Delight”

 

 


ลิขสิทธิ์ในบทความย่อมเป็นของผู้เขียนบทความและเจ้าของเว็บไซต์ เป็นผู้รับผิดชอบและทรงสิทธิ์ ตามกฏหมาย 

ผู้ทรงสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำบทความทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ต่อเพื่อการค้า  แต่ยินดีให้นำไปเผยแผ่เพื่อ

การศึกษาและวิทยาทาน  ขอเพียงได้โปรดอ้างอิงถึง Web Site  www.bunnydelight.com ด้วย

 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  ShopingStore  ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน  รู้จักเรา
By บันนี่ ดีไลท์ เว็บไซต์ที่พร้อมสรรพ สำหรับคนรักกระต่าย.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view