http://www.bunnydelight.com
    
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  ShopingStore  ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน  รู้จักเรา  การสั่งซื้อและการส่ง  พัสดุไม่ถึง ทำอย่างไรดี  รายชื่อโรงพยาบาลสัตว์ และ คลินิก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สมาชิก
บัญชีผู้ใช้
รหัสผ่าน


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 12/09/2008
ปรับปรุง 10/06/2017
สถิติผู้เข้าชม5,281,840
Page Views7,554,384
สินค้าทั้งหมด 149
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
CHAT BOX
เรื่องเล่าชาวกระต่าย
ตอบปัญหาประสากระต่าย
บอร์ดติดตามพัสดุ
ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน
กระทู้ดี มีสาระ
Rabbit For Sale
เด็กน้อยพร้อมย้ายบ้าน
Shoping Store
อาหารกระต่าย
สินค้ามารุคัง
หญ้าสำหรับกระต่าย
วิตามิน ,อาหารเสริมและยาสำหรับกระต่าย
ขนมกระต่าย มากประโยชน์
อุปกรณ์กรูมมิ่งและสินค้าพิเศษ
อุปกรณ์และเครื่องใช้สำหรับกระต่าย
ไม้ลับฟัน ที่ใส่หญ้า ของเล่น
กรง คอก บ้านกระต่าย
อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับพ่อ-แม่กระต่าย
-อื่นๆ
Photo Mug
บทความดีๆเพื่อลูกน้อย โดย "พ่อกระต่าย"
ปทานุกรมกระต่าย ฉบับข้างกรงฯ
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
ตรวจสอบพัสดุEMS

 

นางสาวกระต่าย กับการมีสามี

นางสาวกระต่าย กับการมีสามี

นางสาวกระต่ายกับการมีสามี


           มีหลายคนที่สงสัยหรือไม่แน่ใจเรื่องการผสมพันธุ์กระต่าย ก็อยากจะนำเรียน....เอ๊ยเล่า ให้ฟังว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการผสมพันธุ์กระต่ายนั้น ถ้าจะเขียนให้ “ครบถ้วน” ก็คงจะเป็นตำราเล่มหนาปึ้ก ก็เลยคิดว่า นำเสนอทีละเล็กละน้อย จากเรื่องทั่ว ๆ ไปที่จำเป็นต้องรู้ก่อน คงจะดี เพราะถ้าว่ารวดเดียวจบ ก็คงพังพาบกันหมดทั้งคนอ่านและคนเขียน

 

 จะผสมกระต่ายเมื่ออายุเท่าไหร่ดี?

          โดยทั่วไปแล้ว ระบบต่าง ๆ ของกระต่ายจะมีพัฒนาการครบถ้วนสมบูรณ์ตอนที่อายุประมาณ 3 เดือน  นั่นหมายถึงว่าระบบสืบพันธุ์ของกระต่ายก็พร้อมในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน กระต่ายที่แตกเนื้อหนุ่ม ก็จะเริ่มสบัดฉี่ ส่งสัญญาณประกาศอาณาเขตและใช้เป็นกลิ่นเรียกหาสาว ๆ ส่วนที่แตกเนื้อสาว ก็จะมีอาการ Heat เที่ยววิ่งไล่ชาวบ้าน ดม ๆ เลีย ๆ แล้วก็ปีนขึ้นกระดื๊บ ๆ เพื่อน ๆ จนบางคนสงสัยว่าลูกสาวของฉันนี่ เป็น Lesbian หรือเปล่าหว่า

           กระต่ายที่เริ่มแตกเนื้อสาว ก็เหมือนเด็กสาว ม.ต้น คอซอง แม้จะมี “อะไร ๆ” ที่พร้อมรับการมีเพศสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ใช่วัยที่ควรจะเป็น แม่พันธุ์ ขืนมีลูกตอนนี้ ลูกก็ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก และโอกาสที่จะเลี้ยงลูกไม่เป็น ก็สูงมาก

           เราจึงควรปล่อยให้กระต่ายสาวของเราเติบโตขึ้นอีกหน่อย จากสาวรุ่นวัยขบเผาะ 3 เดือนนี่ กระต่ายจะผลัดขน ยืดตัว ช่วงนี้อาจจะดูไม่น่ารักน่าอุ้มเหมือนตอน 2-3 เดือน พออายุได้ 5 เดือน ขนใหม่เต็มตัว รูปร่างก็จะเข้าฟอร์ม กระต่ายจะสวยดูเป็นสาวสะพรั่ง ถ้าเป็น ND นี่ ก็ถือว่าพร้อมจะเป็นคุณแม่แล้ว แต่ถ้าเป็น HL ก็น่าจะรอให้ 6 เดือนก่อน
สำหรับผม จะรอให้คุณเธอ Mature กว่านี้อีกหน่อย คือ ND นี่ ผมกำหนดที่ 6 เดือน และ HL จะรอจน 7 เดือนขึ้นไปครับ

 

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับระบบการสืบพันธุ์ของกระต่าย


          กระต่ายมีระบบการสืบพันธุ์ต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่ว ๆไป มากนะครับ คือกระต่ายเพศเมียไม่มีรอบเดือน (Menstruation) เพราะกระต่ายไม่มีช่วงวงรอบของการตกไข่ที่แน่นอน แต่กระต่ายมีช่วงที่มีความต้องการทางเพศ (Heat period) เป็นช่วง ๆ ช่วงละประมาณ 14-16 วัน เว้นวรรคประมาณ 4-7 วัน แล้วก็ Heat อีก สลับกันไปเรื่อย ๆ

          พูดง่าย ๆ ว่า กระต่ายตัวเมีย พร้อมจะรับการผสมพันธุ์เกือบตลอดเวลา เดือนหนึ่งเว้นแค่ อาทิตย์เดียวเอง
ส่งตัว(สาว) เข้าหอ (หนุ่ม)

          เมื่อเราต้องการผสมพันธุ์กระต่าย ก็ต้องดูว่าเขาอายุเหมาะสมไหม มีร่างกายสมบูรณ์ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน และอยู่ในช่วงที่พร้อมรับการผสม ถ้าได้ครบองค์ประกอบนี้ โอกาสที่จะ ผสมติดก็มีสูงครับ

          ถ้ากะการแล้วว่า ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวน่าที่จะพร้อมในการเสพสม ก็ให้นำพากระต่ายสาวซึ่งอยู่ในช่วงที่พร้อมรับการผสมพันธุ์ ไปใส่กรงตัวผู้ ก็จะพบว่าหลังจากการเล่นไล่จับกัน นิดหน่อยพอเป็นพิธี เจ้าหล่อนก็จะยอมให้พระเอกขึ้นทับ และกระดกก้นขึ้นยอมรับการผสมแต่โดยดี ขบวนการปั่มป๊มนี้ ใช้เวลา นับหนึ่งไม่ถึงสิบ ก็เสร็จการ ตัวผู้จะตกจากหลังตัวเมีย ตกจริง ๆ ครับ ตัวเกร็งขากาง ร่วงลงพื้นดังตุ้บเลย บางทีมีการร้องแอ๊ดๆๆๆ ด้วยความสะใจด้วย (ห้ามเอาตัวผู้มาใส่กรงตัวเมีย เพราะตัวผู้จะผิดที่ อาจเกิดอาการ “ฝ่อ” และตัวเมียซึ่งเป็นเจ้าของถิ่นอาจจะกัดเอา)

          ถ้าหากเจ้าหล่อน ไม่มีอารมณ์ แต่ถูกไล่จับจนเหนื่อย ก็จะใช้วิธีหมอบนิ่ง ๆ แต่ “อารยะขัดขืน” ด้วยการกดก้นตัวเองให้ติดกับพื้นกรง แค่นี้พระเอกของเรา ถึงจะขึ้นคร่อมได้ก็หมดปัญญา ได้แต่ทำท่ากระดื๊บ ๆ ส่ง ๆ ไปอย่างนั้นเอง ประมาณว่า เล็งได้ แต่ลั่นไกไม่สำเร็จ แบบนี้ก็ต้องแยกนางเอกออกมารอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมกว่า ต่อไป

           หากการผสมสำเร็จ คือพระเอกส่งน้ำเชื้อ (Sperm) เข้าไปในตัวเมียได้ น้ำเชื้อนั้นจะคงสภาพพร้อมใช้งานอยู่ในระบบสืบพันธุ์ของตัวเมียได้นานพอควร ระหว่างนั้น กลิ่นของตัวผู้หรือ Pheromone ระหว่างการผสม และการที่ถูกกระตุ้นจากการถูกขึ้นทับ จะทำให้ว่าที่คุณแม่กระต่ายปล่อยไข่ออกจากรังไข่เข้าสูระบบสืบพันธุ์ และไปพบกับยอดชายนาย Sperm จำนวนมหาศาลที่รอคอยอยู่ด้วยความกระวนกระวาย การปฏิสนธิ (Fertilization) ก็จะเกิดตอนนี้เอง ส่วนจะได้ลูกกี่ตัว ก็ขึ้นกับจำนวนไข่ที่คุณเธอจะปล่อยออกมานั่นเอง

          เห็นไหมครับว่ากระต่ายนี่ ต่างกับสัตว์อื่นมาก เพราะสัตว์อื่นๆ นั้น ตัวเมียจะตกไข่ออกมาก่อน พอไข่สุกพร้อมผสม ตัวเมียจึงจะเกิดอาการอาการเป็นสัด แต่ถ้าไข่ไม่ได้รับการผสมก็ต้องขับทิ้งออกมาพร้อมกับเยื่อบุมดลูกเป็นประจำเดือนอะไรแบบนั้น แต่น้องกระต่ายของเรานี่ ต้องรอให้มีการทับก่อน แล้วจึงจะปล่อยไข่ออกมาทีหลัง


วิธีที่จะดูว่า สาวกระต่ายของเรา จะพร้อมรับการผสมหรือยัง


           คืออย่างนี้ครับ ในช่วงที่ผมเล่าว่าคุณเธอมีความต้องการ (ทางเพศ) ช่วงละ 14-16 วันนั้น ก็มีบางช่วงที่น้องกระต่ายต้องการปานกลาง ต้องการมากและต้องการสูงซึ่งไม่ว่าจะเป็นช่วงใด ถ้าผสมได้ก็มีโอกาสท้องทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเลือกช่วงที่เจ้าหล่อน Heat จัด ๆ อะไร ๆ ก็จะง่ายกว่ากันมาก

          ในช่วงที่มีความต้องการ “สูง” ซึ่งสาวกระต่ายจะยอมรับการผสมจะดีกว่าช่วงอื่น ๆ นั้น คุณเธอจะแสดงอาการหงุดหงิด ตะกุยกรง วิ่งพล่านไปมา ถ้าปล่อยรวมกันหลาย ๆ ตัว คุณเธอก็จะขึ้นขี่หลังเพื่อน ๆ ทำท่า ปั่มปั๊มชาวบ้าน ราวกับว่าหล่อนเป็นตัวผู้เสียเอง

และเพื่อให้มั่นใจ เราก็ควรแอบดูน้องจิ๋มของแม่สาวกระต่ายของเราด้วย

           ในช่วงที่กระต่ายตัวเมีย ไม่ค่อยมีอารมณ์ หรือช่วงเว้นวรรคนั่น น้องจิ๋มของเธอจะออกสีขาวหรือชมพูจาง ๆ ต่างกับช่วงที่เธอ Heat มาก ๆ น้องจิ๋มจะมีสีแดงเข้ม ยิ่งเป็นช่วงที่ Heat จัด ๆ จะมีสีม่วงแดงประมาณเนื้อในของเปลือกมังคุดและมีอาการฉ่ำเยิ้มค่อนข้างชัดเจน

 

การดูสีจุ๋มจิ๋มของน้องต่าย สำหรับมือใหม่

         ขออนุญาตแนะนำอย่างนี้ ครับ

          นั่งบนพื้นเหยียดขาแบบสบาย ๆ หุบขา(ของเรา) ให้ชิดกัน ชันเข่าขึ้นเล็กน้อย มือซ้ายรวบหนังบนหลังช่วงใต้บ่าของน้องกระต่าย ยกขึ้นช้า ๆ แล้วพลิกหันด้านท้องเข้าหาตัวเรา มือขวาประคองสะโพกด้านหลัง ค่อย ๆ วางให้น้องต่ายนอนหงายบนหน้าขาเรา โดยไม่ปล่อยมือซ้าย จากนั้น ละมือขวามาเปิดดูน้องจิ๋ม โดยวางนิ้วหัวแม่มือตรงช่องทวารหนัก วางนิ้วชี้ห่างจากนิ้วโป้งประมาณ2-3 ซ.ม. แล้วดันขึ้นไป ไม่ต้องออกแรงมาก ก็จะเห็นน้องจิ๋มชัดเลย ถ้าไม่เจอแสดงว่าคุณวางนิ้วผิดตำแหน่ง ให้ลองใหม่ (นิ้วโป้งกับนิ้วชี้อาจสลับตำแหน่งกันได้แล้วแต่ความถนัดครับ)

          ถ้าน้องต่ายดิ้น อย่าตกใจ มือซ้ายกำหนังหลังคอไว้ให้มั่น แล้วยกขึ้นแนบอก ใช้มือขวาประคองสะโพกพร้อมกับตบเบา ๆ แบบว่า โอ๋เขานะครับ พอเขาสงบก็เริ่มใหม่ แต่ถ้ายังดิ้นพราด ๆ ทั้งถีบทั้งตะกาย...ก็ต้องปล่อยอย่าฝืน ไม่อย่างนั้นเขาจะเครียด ทิ้งช่วงสักพักค่อยว่ากันใหม่

          ที่เล่ามามานี่ เล่าให้คนที่ไม่ค่อยคุ้นกับกระต่ายฟังนะครับคนที่ “เชี่ยวชาญ” ฟังแล้วอาจจะขำ เพราะถ้าทำบ่อย ๆ แค่อุ้มขึ้นมาแล้วพลิกหงาย โอบกระต่ายแนบอกโดยให้ด้านข้างตัวของกระต่ายชิดกับอกของเรา แขนของเรากดแนบกับลำตัวอีกข้างหนึ่ง อีกมือเอานิ้วแหวกปุ๊บก็เห็นปั๊บ ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที กระต่ายยังไม่ทันรู้ตัวว่าเราจะทำอะไรเลย เราก็ดูเสร็จแล้ว

"วิธีการอุ้มและดูจุ๋มจิ๋มของน้องกระต่าย  แสงแบบโดยชาแนล"

"เมื่อดูแล้ว  ชาแนล Heat ปานกลางถึง Heat มาก ค่ะ"

การดูแลกระต่ายท้อง


           กระต่ายจะตั้งท้อง 30 วัน เพื่อป้องกันการผิดพลาด จึงควรจดวันที่เราผสมให้ชัดเจน ติดไว้ที่หน้ากรงได้ยิ่งดี ถ้าเป็นท้องสาว(ท้องครั้งแรก) ในช่วง 5- 7 วันหลังการผสม นางเอกของเราอาจมีอาการแปลก ๆ เช่นเบื่ออาหาร อาจมีท่าซึม ๆ เพราะสับสนกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเองแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน อาการเหล่านี้ไม่น่าเป็นอยู่นานนักคือแค่3-5 วัน (ผมเรียกช่วงนี้ว่า ช่วงแพ้ท้อง) แต่บางตัวก็เฉยๆ ดูไม่ออก

           หลังจากสัปดาห์แรกผ่านไป กระต่ายที่ผสมติดส่วนใหญ่จะกินอาหารเพิ่มขึ้นอย่างมาก บางตัวกินอาหารเม็ดลดลงหันมากินหญ้า บางตัวเขมือบอาหารเม็ดรวดเดียวหมด บางตัวกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ช่วงนี้ แม่กระต่ายน้อยต้องการสารอาหารมากกว่าปกติเพราะต้องเอาไปสร้างร่างกายให้กับชีวิตน้อย ๆ ในท้อง ซึ่งอาจจะเป็น 1-4 ตัว สำหรับ ND และ HL และมากกว่านั้นถ้าเป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่กว่า กระต่ายบ้านพันธุ์ไทยที่ผมเคยเลี้ยงตอนเด็ก ครอกหนึ่ง สิบกว่าตัวก็เคยเจอ

          หลังจากผสมกับพระเอกแล้ว ควรแยก ว่าที่คุณแม่ ออกมาอยู่ในที่เฉพาะตัว อย่าเอาพระเอกมาป้วนเปี้ยน เพราะกลิ่นของตัวผู้อาจทำให้ว่าที่คุณแม่เครียดได้

          ปกติ กระต่ายจะมีช่วงเวลาอุ้มท้อง 30 วัน ถ้าการผสมสำเร็จด้วยดี ลูกกระต่ายในท้องจะค่อยๆ เจริญเติบโต ใน 15 วันแรก จะเติบโตช้าและจะโตเอา...โตเอา ใน 15 วันหลัง ระยะการตั้งท้องอาจนานกว่า 30 วัน คือถ้าลูกในท้องหลายตัว ระยะการอุ้มท้องจะสั้น ถ้าลูกน้อยตัว การอุ้มท้องก็จะนานขึ้น อาจเป็น 32-34 วัน

          ราว ๆ วันที่20 เป็นต้นไป ท้องจะกางจนเห็นได้ชัด (แต่ถ้าแม่สาวน้อยอ้วนมากจะสังเกตยาก) ท่านอนที่เคยนอนเหยียดขาพุงแปะพื้นในท่าคว่ำ ก็จะเปลี่ยนเป็น ตะแคงน้อย ๆ และเท่าที่ผมแอบอุ้มกระต่ายท้องแก่ดู จะรู้สึกว่า “ลูกดิ้น” ในวันที่ 25 หรือประมาณนั้น (สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับกระต่าย ช่วงท้องแก่อย่าไปยุ่งกับเขาจะดีที่สุด)

          ในวันที่ 27-28 หลังการผสม ให้เอารังคลอดใส่ให้แม่กระต่ายได้ ถ้าเอารังคลอดใส่ก่อนหน้านี้ แม่กระต่ายจะนึกว่าเป็นส้วม อาจเข้าไปอึไปฉี่และไม่ยอมคลอดในรังนั้น ถ้าใส่ช้าเกินไป จนแม่กระต่ายต้องคลอดบนพื้นกรง ลูกมักจะไม่รอด

 

 

รังคลอดหน้าตาเป็นอย่างไร


          ในธรรมชาติ กระต่ายจะขุดดินเป็นโพรง ส่วนใหญ่จะเลือกบริเวณใต้ขอนไม้ เพราะปลอดภัยและคุ้มแดดคุ้มฝนได้ดี โพรงดินนั้น เหมาะมากในการซ่อนตัว ซ่อนกลิ่นและเก็บเสียงลูกกระต่ายจากศัตรูนักล่าทั้งหลาย แถมยังอบอุ่นอีกต่างหาก

          เมื่อเราเอากระต่ายมาเลี้ยงในกรง เราก็ควรหารังคลอดที่เหมาะสมให้เขาด้วย กระต่ายบ้าน ทั่ว ๆ ไป ผมเห็นเขาเอากระบะพลาสติก วางในกรง เอาหญ้าแห้งรองรังให้แค่นั้น ฟาร์มกระต่ายหลายแห่งที่ไปดูมา ก็ใช้กระบะสี่เหลี่ยมทำด้วยไม้ฉำฉา พื้นทึบก็มี ขึงลวดตาข่ายโปร่ง ๆ ก็มี

          ที่ Bunny Delight เราทำรังคลอดเอง จากไม้หนา 10 มิลลิเมตร โดยดูแบบจาก Web site ต่างประเทศ (ฝรั่งเขาใช้คำว่า Nest) ตามรูปที่ลงให้ดูนี้ พื้นเป็นลวดตาข่ายตาถี่ ขนาดตา ครึ่ง ซ.ม. ขึงตึง ไม้ทุกด้านขัดขอบลบมุมจนมนไม่มีเสี้ยนไม่มีคม กว้าง 25 ซ.ม. สูง 20 ซ.ม. มีเพดานด้านบน 20 ซ.ม. แล้วลาดลงมาหาขอบด้านหน้าซึ่งสูง 10 ซ.ม. จากพื้น

 

          รูปร่างของรังคลอดที่ Bunny Delight เราทำใช้กันเอง

         รังคลอดที่ใช้ มี 2 ขนาด สำหรับแม่กระต่ายตัวโตก็จะยาว 50 ซ.ม. และขนาดยาว 40 ซ.ม. สำหรับกระต่ายเล็ก ทั้งสองแบบต่างกันที่ความยาว นอกนั้นเท่ากันหมด

 

บางทีก็ผสมไม่ติด....และ...อาการท้องลม


          มีหลายสาเหตุ ที่การผสมนั้นไม่ติด คือเรามองด้วยตา นึกว่า โอเคแล้ว แต่กระสุนอาจพลาดเป้า หรือสาวน้อยของเราอาจตกใจจนไม่ยอมปล่อยไข่ออกมา  หรือ...หรือ.... สรุปก็คือ ฟาล์ว!

          แม้จะผสมไม่ติด แต่แม่กระต่ายน้อยก็ถูก “กระตุ้น” มาระดับหนึ่ง จนกลไกทางอารมณ์ของเธอทึกทักเอาว่า ฉันท้องแล้ว คุณเธอก็จะมีอาการเหมือนสาวท้องแทบทุกอย่าง แต่มักจะผิดที่ผิดเวลา คือหลังจากการผสม(แต่พลาด) แค่ 15-20 วัน สาวน้อยของเราก็ทำการกัดขนเป็นการใหญ่ ซึ่งถ้าหล่อนท้องจริง การกัดขนมักจะกัดก่อนคลอดจริงเพียง1-3 วันเท่นนั้น การกัดขนผิดเวลาแบบนี้ รู้ได้เลยว่า ท้องลมแน่ ๆ

          ถ้าผสมติด ก่อนคลอด 1-2 วัน แม่กระต่ายจะตะกุยรังคลอดจนน่าห่วงว่าเล็บจะกุด เพราะในธรรมชาติเธอจะต้องขุดโพรงเพื่อออกลูก ถ้าเอาหญ้าแห้งวางไว้ให้นอกรังคลอด เธอก็จะคาบ ๆๆๆ เอาเข้าไปในรัง แล้วก็ตะกุย แกรก ๆๆ วิ่งเข้าวิ่งออกจนน่าเหนื่อยแทน แล้วก็ออกมานอนหอบแฮ่ก ๆ หายเหนื่อยก็ทำใหม่ ในขณะที่แม่กระต่ายบางตัว เตรียมรังคลอดเรื่อย ๆ ช้า ๆ ไม่เร่งร้อนอะไร

          ที่ Bunny Delight ของเรานี้ เมื่อผมเห็นแม่กระต่ายคาบหญ้าแต่งรังคลอดและเริ่มกัดขน ผมก็จะหาผ้าบาง ๆ สีทึบ ๆ มาบังกรง ให้แสงเข้าน้อยลงเพื่อให้แม่กระต่ายรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เพราะถ้าเธอมองไม่ค่อยเห็นใคร เธอก็จะคิดว่าใคร ๆ ก็มองไม่เห็นเธอ  และผ้าบาง ๆ นี้ยังช่วยกันลมเย็น ๆ ให้ลูกน้อยของเธอได้ด้วย แต่อย่าลืมนะครับว่า ผมเลี้ยงกระต่ายในห้องแอร์ จึงไม่มีปัญหาเรื่องที่ว่าผ้าที่คลุมจะทำให้กระต่ายร้อน ถ้าจะทำตามก็กรุณาพิจารณาข้อมูลในส่วนนี้ด้วย

          จนครบกำหนดคลอด ซึ่งก็อาจเป็น 6 ชั่วโมง ถึง 3 วัน หลังการกัดขน แม่กระต่ายก็จะทำการคลอด ทางทฤษฎีบอกว่า กระต่ายมักคลอดตอนเช้ามืด ซึ่งในธรรมชาติแล้ว เหมาะสมที่สุด เพราะสัตว์นักล่าที่หากินกลางคืนก็กลับไปแล้ว นักล่าที่หากินกลางวันก็ยังไม่ออกหากิน แม่กระต่ายจึงมีเวลาเพียงพอในการคลอด-กัดรก และเลียตัวให้ลูก

          แต่ของผมนี่ คลอดบ่าย ๆ ก็มี สาย ๆ ก็มี อาจเป็นเพราะการพรางแสงของผมทำให้แม่กระต่ายเลือกเวลาคลอดได้ตามสะดวกก็เป็นได้

          หลังจากนั้นก็มาลุ้นกันละครับว่า…. ได้หลานกี่ตัว...เมื่อคลอดออกมาแล้ว คุณแม่มือใหม่จัดการดูแลกัดรก-เลียตัวให้ลูกหรือเปล่า ถัดจากนั้นลูก ๆ จะรอดทั้งหมดไหม รอดแล้วแต่คุณแม่เลี้ยงลูกเป็นหรือเปล่า ถ้าแม่ไม่เลี้ยงลูกจะทำอย่างไร จนสุดท้าย ได้หลานกระต่ายมา จะบริบาลอุ้มชูอย่างไร หลาน ๆ ของเราจึงจะเติบใหญ่อย่างสมบูรณ์พูนสุข

          ย่อหน้าข้างบน คือเรื่องราวที่ผมจะเขียนมาเล่าสู่กันฟังในในบทความชุดต่อไปครับ...

ขอให้ทุกท่านรักกระต่ายมาก ๆ และมีความสุขกับความรักนั้นทุกท่านนะครับ
ด้วยความปรารถนาดียิ่ง จาก พ่อกระต่าย ณ Bunny Delight

 


ลิขสิทธิ์ในบทความย่อมเป็นของผู้เขียนบทความและเจ้าของเว็บไซต์ เป็นผู้รับผิดชอบและทรงสิทธิ์ ตามกฏหมาย 

ผู้ทรงสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำบทความทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ต่อเพื่อการค้า  แต่ยินดีให้นำไปเผยแผ่เพื่อ

การศึกษาและวิทยาทาน  ขอเพียงได้โปรดอ้างอิงถึง Web Site  www.bunnydelight.com ด้วย

 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  ShopingStore  ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน  รู้จักเรา
By บันนี่ ดีไลท์ เว็บไซต์ที่พร้อมสรรพ สำหรับคนรักกระต่าย.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view