http://www.bunnydelight.com
    
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  ShopingStore  ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน  รู้จักเรา  การสั่งซื้อและการส่ง  พัสดุไม่ถึง ทำอย่างไรดี  รายชื่อโรงพยาบาลสัตว์ และ คลินิก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สมาชิก
บัญชีผู้ใช้
รหัสผ่าน


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 12/09/2008
ปรับปรุง 10/06/2017
สถิติผู้เข้าชม5,281,876
Page Views7,554,422
สินค้าทั้งหมด 149
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
CHAT BOX
เรื่องเล่าชาวกระต่าย
ตอบปัญหาประสากระต่าย
บอร์ดติดตามพัสดุ
ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน
กระทู้ดี มีสาระ
Rabbit For Sale
เด็กน้อยพร้อมย้ายบ้าน
Shoping Store
อาหารกระต่าย
สินค้ามารุคัง
หญ้าสำหรับกระต่าย
วิตามิน ,อาหารเสริมและยาสำหรับกระต่าย
ขนมกระต่าย มากประโยชน์
อุปกรณ์กรูมมิ่งและสินค้าพิเศษ
อุปกรณ์และเครื่องใช้สำหรับกระต่าย
ไม้ลับฟัน ที่ใส่หญ้า ของเล่น
กรง คอก บ้านกระต่าย
อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับพ่อ-แม่กระต่าย
-อื่นๆ
Photo Mug
บทความดีๆเพื่อลูกน้อย โดย "พ่อกระต่าย"
ปทานุกรมกระต่าย ฉบับข้างกรงฯ
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
ตรวจสอบพัสดุEMS

 

อาการและการรักษาภาวะ ท่อน้ำตาตัน ในกระต่าย

อาการและการรักษาภาวะ ท่อน้ำตาตัน ในกระต่าย

อาการและการรักษาภาวะ ท่อน้ำตาตัน ในกระต่าย

     เรื่องของเรื่องก็คือ ผมไปรับกระต่ายมาตัวหนึ่ง พร้อมด้วยอาการท่อน้ำตาตันและเชื้อราขึ้นแก้ม ซึ่งก่อนจะรับมาก็ได้โทร ไปหารือกับคุณหมอเบญจพล แห่งโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรกำแพงแสน แล้วว่า เป็นโรคที่รักษาได้แน่


     จากการศึกษาล่วงหน้า และป้อนคำถามถี่ยิบกับคุณหมอ รูปหล่อใจดี  ระหว่างการรักษา ก็ได้ความรู้มาเล่าสู่กันฟังดังนี้ครับ


ตาของกระต่าย คล้ายตาคน คือมีเปลือกตา ดวงตา ต่อมน้ำตาและท่อน้ำตา


ต่อมน้ำตา ซึ่งผมอยากจะเรียกว่า ต่อมผลิตน้ำตา มีหน้าที่สร้างน้ำตาให้ไหลออกมาหล่อเลี้ยงดวงตา ทำให้ตาชุ่มชื้นในระดับที่เหมาะสมอยู่ตลอดเวลาตาก็ไม่แห้ง ฝุ่นผงต่าง ๆ ก็หลุดออกจากผิวหน้าของดวงตาได้ง่าย
 หน้าที่ของน้ำตาที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ มีหน้าที่รับออกซิเจนในอากาศ คือเมื่ออากาศกระทบกับน้ำตา ออกซิเจนจะละลายในน้ำตา ทำให้เนื้อเยื่อที่เปลือกตาซึ่งมีหลายชั้น ได้รับออกซิเจนจากน้ำตาด้วย


ส่วนการ บีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องอะไรบางอย่างจากใครบางคน นี่ ไม่เกี่ยวกับบทความนี้นะครับ

 

     น้ำตาที่ต่อมน้ำตาผลิตออกมา จะขังเอ่อในดวงตา และจะไม่มากเกินไปเพราะส่วนที่เกินจะถูกระบายออกทางท่อน้ำตา ดังนั้นถ้าเราจะเรียกท่อน้ำตาเสียใหม่ว่า ท่อระบายน้ำตา ก็น่าจะเข้าใจได้ดีขึ้น 


     ช่องเปิดด้านบนของ ท่อ(ระบาย)น้ำตา จะอยู่ที่ด้านในของขอบตาค่อนมาทางหัวตา(ด้านจมูก)  และท่อนี้จะมาโผล่ปลายอีกด้านหนึ่งบริเวณจมูกของกระต่าย


     ดวงตาจะรับน้ำตาจากต่อม(ผลิต) น้ำตาไว้ในปริมาณที่เหมาะสม และน้ำตาส่วนเกินก็จะทะยอยระบายออกทาง ท่อ(ระบาย)น้ำตา มาที่ช่องจมูก

     ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี กระต่ายก็จะตาใสปิ๊ง จมูกชุ่มชื่นกำลังดี เป็นกระต่ายที่หน้าตาดีเลยละ

 

แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าท่อ(ระบาย)น้ำตา เกิดการตีบ หรือตัน?


     เมื่อต่อม(ผลิต)น้ำตา ทำการผลิตน้ำตาออกมาเรื่อย ๆ ในปริมาณปกติ แต่หาก ท่อ(ระบาย)น้ำตา เกิดมีอาการตีบ ๆ ตัน ๆ น้ำตาส่วนเกินก็ออกมาทางจมูกไม่ได้ ก็จำเป็นต้องไหลล้นออกมาจากขอบตาล่างแล้วไหลมาตามแก้มจนขนเปียก


      เมื่อขนแก้มเปียก เนื้อบริเวณแก้มก็เปียกด้วย เกิดการหมักหมม กระต่ายจะคัน เมื่อคันก็เกา เนื้อเปียก ๆ ก็โดนเล็บขูด เกิดเป็นแผลเล็ก ๆ ซึ่งทำให้คันหนักขึ้น เข้าสู่ภาวะ ยิ่งคันยิ่งเกา ยิ่งเกายิ่งคัน

     คราวนี้ละ ไอ้ตัวร้ายคือ เชื้อรา ก็จะเข้ามาซ้ำเติม

 


     คุณหมอบอกว่า ความจริงแล้วเชื้อรามีอยู่ทุกหนทุกแห่ง สปอร์ ของมันปลิวกระจายอยู่ทั่วไป ขนมปัง-ซังข้าวโพดที่เราทิ้งไว้ ไม่กี่วันก็ราขึ้นเป็นปกติ


     ที่ตัวเรา ตัวน้องกระต่ายก็มีเชื้อรา แต่มันยังทำอะไรไม่ได้เพราะร่างกายเราแข็งแรง
แต่ในภาวะที่น้องต่ายตาแฉะ แล้วคันและเกาจนเป็นแผล ขนที่แก้มจะร่วงจนเหลือแต่เนื้อเปลือย ๆ ตอนนี้ เชื้อราทั้งหลายก็จะเข้าสู่ร่างกายน้องกระต่ายได้อย่างสะดวก เนื้อเปลือย ๆ บริเวณแก้มก็จะเป็นที่สิงสู่เกิดการอักเสบแดง และคันเป็นยิ่งนัก กระต่ายบางตัวเกาเสียจนเล็บตะกุยขอบตาฉีก น่าสงสารมาก


การรักษา


คุณหมอท่าน ก็ต้องรักษาตามอาการ คือ
1. จัดการที่ต้นตอ คือ ชะล้างท่อ(ระบาย)น้ำตา ให้สะอาดไม่ตีบตันอีกต่อไป
2. รักษาแผลที่รอบดวงตา และรักษาการอักเสบของดวงตา
3. กำจัดเชื้อราออกจากร่างกาย

ว่าจากหลังมาหน้านะครับ


การกำจัดเชื้อราออกจากร่างกาย
คุณหมอแนะนำให้ใช้ยากิน กินติดต่อกันประมาณ 1 เดือน เชื้อราก็จะสิ้นฤทธิ์


การรักษาแผลที่รอบดวงตา และรักษาการอักเสบของดวงตา
อันนี้ใช้น้ำเกลือล้างแผล ล้างตา และหยอดตาด้วยยาแก้อักเสบ ร่วมกับยาปฏิชีวนะ

เรื่องที่....ทรมานใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือจัดการที่ต้นตอ นั่นคือการชะล้างท่อ(ระบาย)น้ำตา ให้สะอาดไม่ตีบตันอีกต่อไป นี่แหละ

     คุณหมออธิบายว่า ท่อ(ระบาย)น้ำตานี่ อาจตีบได้ ด้วยความบกพร่องทางพันธุกรรมของกระต่ายเอง ซึ่งถ้าเป็นกรรมพันธุ์ก็รักษาให้หายขาดไม่ได้ คงทำได้เพียงล้างท่อให้เท่านั้น ส่วนจะบ่อยแค่ไหนก็แล้วแต่อาการ


     อธิบายเพิ่มเติมในส่วนนี้ตามตัวอย่างที่คุณหมอพบมาคือ การที่ฟันกรามของกระต่ายผิดปกติ จะมีการงอกสวนขึ้นไปข้างบน ฟันส่วนนี้จะเลยขึ้นไปกดหรือบีบท่อน้ำตาให้ตีบตันได้
จะรู้ว่า ฟันผิดปกติหรือไม่ ก็ต้องพากระต่ายไปถ่าย  x-ray ดู

 

ภาพเอ็กซเรย์ ของน้อง Deep Heart ทั้งด้านตะแคงข้าง และด้านบน


     ในกรณีของเรา ภาพจากฟิล์ม บอกว่า ฟันปกติดีมากทั้งฟันกรามและฟันหน้า แถมยังเห็นด้วยว่า ในปอด มีอากาศเต็ม ดูจากฟิล์ม จะเห็นว่าดำดี แสดงว่าปอดปกติสมบูรณ์ดี ในช่องท้องและลำไส้ แทบไม่มีแกสเลย คือขาวหมด มีแกสเป็นรอยดำ ๆ จาง ๆ นิดหน่อยเท่านั้น แสดงว่าท้องไม่อืด การทำงานของระบบย่อยอาหารสมบูรณ์ดี


     แบบนี้ก็สบายใจได้เปลาะหนึ่งว่า ท่อน้ำตาที่ตันของเจ้านี่ รักษาหายขาดได้แน่นอนเพราะถ้าท่อ(ระบาย)น้ำตาเป็นปกติดี  แต่เกิดมีขี้ตา มีฝุ่นผงลงไปอุด แบบนี้ ฉีดล้างทำความสะอาดในท่อเสียก็จะหาย


     แต่ใน case นี้ เป็นมานาน จน ท่อน้ำตาอักเสบ การดูแลก็ต้องทำกันหลายครั้ง เพราะการชะล้าง หรือการ Flush ท่อน้ำตาแต่ละครั้ง อาจล้างคราบที่เกาะในผนังท่อ ออกไม่หมด ถ้าฝืนทำหลาย ๆ รอบเกินไปในครั้งเดียว หมอเองก็หนักใจ พ่อแม่กระต่ายก็จะบ้า กระต่ายเองก็เครียดจนจะช็อค และตาที่ถูกท่อแทงเข้าท่อน้ำตาหลาย ๆ หนติด ๆ กัน จะอักเสบหนักเข้าไปอีกด้วย


ถ้าเจอ Case แบบนี้ คุณหมอเลือกที่จะ Flush ให้ อาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 2-3 รอบ จนกว่าจะหายสนิทครับ

มาดูวิธีการ Flush ท่อน้ำตาของกระต่ายกันนะครับ


ขั้นแรกก็คือ จัดกระต่ายให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม และปลอบโยนให้สงบ


ขั้นที่สอง คุณหมอจะเอายาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ มาหยอดตา
ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที ยาก็จะออกฤทธิ์

คุณหมอกำลังหยดยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ ให้น้อง Deep Heart

 


ขั้นที่ 3 ทำการ Flush โดยการใช้ ไซริงซ์ ขนาด 1 c.c. ดูดน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ มาเกือบเต็มหลอด ตรงที่เสียบเข็ม ก็เสียบท่อพลาสติกนิ่ม ๆ แทน


     คุณหมอจะแหย่ท่อนี้ เข้าไปในช่องเปิดปากทางของท่อน้ำตา และค่อยๆ สอดท่อนี้เข้าไปในท่อน้ำตา เมื่อได้ระยะที่เหมาะสมก็จะฉีดน้ำเข้าไปล้างท่อ

 

คุณหมอกำลังค่อย ๆ สอดท่อพลาสติกเข้าไปในท่อน้ำตา ....เจ็บไหมลูก....ทนหน่อยนะ

 

เมื่อท่อพลาสติกเข้าไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว คุณหมอก็เริ่ม Flush ...อย่าดิ้นนะลูกนะ


     ถ้าน้ำที่ฉีดเข้าไป สามารถทะลวงและนำพาสิ่งอุดตันออกไปได้ น้ำที่ฉีดนั้นจะไหลออกมารูจมูก กระต่ายจะทำจมูกฟุดฟิด ๆ และเลียจมูกแผล็บ ๆ


     แต่ถ้ายังเอาสิ่งอุดตันออกไม่ได้หรือไม่หมด น้ำที่ฉีดเข้าไปก็จะย้อนออกมาที่ตา และมีสีออกขุ่นขาวด้วย ก็ต้องว่ากันใหม่อีกรอบ


     ถ้าทำหลายรอบ อาจต้องมีการเว้นวรรค แล้วหยอดยาชากันใหม่

ภาพขยายให้เห็นตำแหน่งการสอดท่อพลาสติก เพื่อ Flush  ท่อน้ำตาที่ตีบตัน...สงสารลูกจังเลย


     ในกรณีที่เบาที่สุด คือ Flush ครั้งเดียวท่อน้ำตาก็โล่ง น้ำตาส่วนเกินระบายไหลออกได้ดีเป็นปกติ คุณหมอก็จะให้ยาหยอดแก้ตาอักเสบมาหยอดวันละ 4 ครั้ง ส่วนจะหยอดกี่วัน ก็แล้วแต่คุณหมอจะกำหนด
แต่ถ้า Flushแล้ว ยังไม่โล่งตลอด ก็รับยาหยอดตาแก้การอักเสบมาหยอดไปก่อน อีกเจ็ดวัน ก็อุ้มกันไป Flush ใหม่....เฮ้ออออ....


     ระหว่างรอการรักษาให้หายขาด ถ้าทำได้ควรแยกกระต่ายที่เป็นโรคเชื้อรา ออกมาจากห้องที่เลี้ยงรวมกัน เพื่อมิให้เชื้อรากระจายออกไปติดตัวอื่น ๆ ที่ Bunny Delight ตอนนี้ เราเลี้ยงราว ๆ 30 ชีวิต ในห้องแอร์ ยิ่งต้องระวัง


     ผมใช้วิธีแยกกระต่ายป่วยตัวนี้ มาใส่กรง เทโซโร่ และเอาออกมาเลี้ยงที่เรือนริมน้ำซึ่งมีลมพัดผ่านเย็นสบาย  เวลาจะปล่อยวิ่งเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แข็งแรง ก็ใช้สายจูง วิ่งคนละสนามกับตัวอื่น ๆ


     กรง เทโซโร่ ของเรามี 2 กรง ผมเลยใช้สลับกันวันละกรง  กรงของวันวานก็ล้างด้วยเด็ทตอล และตากแดดจัด ๆ เพื่อกำจัดสปอร์ของเชื้อราให้ได้มากที่สุด


     ทำแบบนี้ร่วมกับการรักษาด้วยยาอยู่ประมาณ 10 วัน คุณหมอก็บอกว่าให้เอากลับเข้าไปเลี้ยงในห้องรวมได้ เพราะยากำหราบเจ้าเชื้อราได้ดีแล้ว แต่ต้องให้ยาต่อไป เพื่อขจัดให้สิ้นซาก ผมก็เอากลับเข้าห้องแอร์ แต่ยังคงใช้กรง เทโซโร่ กรงที่1 และ 2 สลับกัน อย่างที่ว่าอยู่ เพื่อให้การรักษาได้ผลสูงสุดครับ

     เมื่อกระต่ายได้ออกกำลัง ได้อาหารดี ๆ ร่างกายก็แข็งแรง และเมื่อท่อน้ำตาโล่งดี ไม่มีน้ำตาล้นตามาเปียกแก้ม ประกอบกับยารักษาเชื้อราทำงานได้ระยะเวลาที่เหมาะสม กระต่ายก็เลิกเกาแกรกๆ  ขนรอบ ๆ ดวงตาและที่แก้ม ซึ่งหลุดร่วงไป ก็จะขึ้นมาใหม่ น้องกระต่ายของเราก็จะหล่อจะสวยเหมือนเดิม ตอนนี้ น้องกระต่ายที่ไม่สบายมา ก็มีอาการดีขึ้นมาก ขนขึ้นเต็มหน้า และวิ่งเล่นได้สนุกสนานเหมือนกระต่ายไม่เคยเจ็บเคยป่วย ชื่นใจจังครับ     


     ก็เช่นเดิมครับ บทความที่ผมเขียนเล่าสู่กันฟังนี้ ผมจะใช้ข้อมูลจากประสบการณ์ตรง และใช้คำอธิบายของคุณหมอเป็นหลักในการเขียน ภาพประกอบที่ถ่ายมากันเองก็พยายามจะทำให้ชัดเจนและครอบคลุมสอดคล้องกับเนื้อหาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก็ ขอขอบคุณคุณหมอเบญจพลอย่างมาก ไว้ณ ที่นี้ด้วยครับ


     อย่างไรก็ตาม....ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ทุกคนคงไม่มีใครอยากให้เกิดกับน้องกระต่ายของตัวเอง จึงขอให้หมั่นสังเกตดูตาน้องกระต่ายหน่อยนะครับ ถ้าเริ่มมีอาการตาแฉะ แก้มเปียกนี่ รีบพาไปหาคุณหมอเสียก่อนที่อาการจะลุกลาม การป้องกันหรือรีบรักษาเสียแต่เนิ่น ๆ นี้ ประเสริฐกว่าการรักษาในภาวะรุนแรง มากเลยนะครับ จะบอกให้

     


ด้วยความปรารถนาดียิ่งและจริงใจ จาก พ่อกระต่าย ณ Bunny Delight ครับ

 

 

ลิขสิทธิ์ในบทความย่อมเป็นของผู้เขียนบทความและเจ้าของเว็บไซต์ เป็นผู้รับผิดชอบและทรงสิทธิ์ ตามกฏหมาย 

ผู้ทรงสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำบทความทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ต่อเพื่อการค้า  แต่ยินดีให้นำไปเผยแผ่เพื่อ

การศึกษาและวิทยาทาน  ขอเพียงได้โปรดอ้างอิงถึง Web Site http://www.bunnydelight.com  ด้วย


 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  ShopingStore  ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน  รู้จักเรา
By บันนี่ ดีไลท์ เว็บไซต์ที่พร้อมสรรพ สำหรับคนรักกระต่าย.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view